28.01.18

WHAT YOU REALLY GET FROM WONDERFRUIT 2017

Vlog

                wonderfrut 2017

จริงๆแล้ว Wonderfruitสำหรับเราเป็นมากกว่างานเทศกาลดนตรีมากเลยนะ เป็นเหมือนกับการใช้ชีวิตในอีกแง่มุมมากกว่า เวลาเราเห็นเพื่อนที่มากันแต่กลางคืนเพื่อที่จะปาร์ตี้อย่างเดียว เราแอบเสียดายแทนเค้าไม่ได้ เพราะจริงๆมันมีอะไรมากกว่าดนตรีมาก! สิ่งที่เค้าชอบมากที่สุดเกี่ยวกับ Wonderfruit คือการกลับมาแล้วซาบซึ้งในความหมายของ LIVE LOVE WONDER ในแบบฉบับตัวเอง 

 

ทุกๆปีเวลาเรากลับมาจาก Wonderfruit เรารู้สึกได้เลยว่าหัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก แพชั่นต่างๆในชีวิตก็กลับมา รู้สึกได้กลับไปมองโลกให้ใหญ่และสวยงามแบบเด็ก ช่างสังเกต อยากจะค้นหา สำรวจทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้าง เราไม่เคยคิดเลยว่าจะหาเพื่อนใหม่ง่ายขนาดนี้ เพราะทุกคนเปิดเข้าหากัน มันทำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ทุกคนอยู่ที่นี่จริงๆ ไม่ได้อยู่ในอดีต หรืออนาคต หรืออยู่บนมือถือ เราเห็นได้เลยว่าทุกคนมาเพื่อ appreciate ศิลปะ ดนตรี และกันและกัน เราไม่เคยไปที่ที่ไหนที่คนยิ้มให้กัน หรือเดินเข้ามากอดง่ายขนาดนี้ มันทำให้เรารู้สึกว่ามนุษย์ทุกคนมีจิตใจสวยงาม คอยดูแลกันและกัน เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ทุกๆปีเราจะพยายามมาแบบไม่ยึดติดกับใคร ไม่ต้องคิดว่าจะต้องเจอคนนี้ ไม่ต้องกังวลว่าหลงกับเพื่อนแล้วจะไม่สนุก คนข้างๆให้ทำความรู้จักใหม่ก็มีตั้งเยอะแยะ เราปล่อยให้ทุกอย่างไหลไปตามคลื่นของชีวิต เราไม่แตะมือถือ แต่ฟังใจมากกว่าว่าอยากไปที่ไหน ปล่อยให้ไปเจอผู้คนใหม่ๆ หรือเดินไปเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานแบบเซอร์ไพรส์ ๆ ไม่ว่าชีวิตจะพาเราไปเจออะไร ให้เราเชื่อและไหลไปกับมัน เราพยายามไม่หวังอะไรมาก เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำให้เรามีความสุขง่ายขึ้น ความคิดนี้ทำให้เรามีความสุขกับทุกช่วงเวลาในงานปีนี้ เลยอยากมาแชร์ให้ทุกคนฟัง  จริงๆมีหลายเรื่องดีดีที่เกิดขึ้นในงาน แต่เราค่อยๆเราไปตามวันดีกว่า เอาเป็นว่าวันแรกก่อนเลยละกัน

Wonderfruit is far from being just a music festival, I see it’s more like a living. When I found out that my friend only wanted to come during night time for party, I said too bad. it’s much more than just about music. The best part for me about Wonderfruit has always been realizing the true meaning of LIVE LOVE WONDER.


Every time I came back from Wonderfruit, my heart was filled with love and my passion reignited. I reconnected to my inner child and saw the world as big wondrous place and full of positivity. Connecting with others has never been easier; We are fully here to appreciate art, music, living, and human connection. I’ve never been to a place where I found so much love. Every year I came alone with open heart and positive mindset. I tried not to attach to any group of friends but rather flew through the wave of life. Whatever life took me, I trusted it and enjoyed every single moment. I tried to lower my expectation, so in case anything happened, it would give me a nice surprise  This mindset helped me make the most out of the festival. There are so much to share during these past 4 days, I’d rather take it slow and took you guys with me on the first day.


wonderfrut 2017 
wonderfrut 2017 
wonderfrut 2017 
wonderfrut 2017 
wonderfrut 2017

LOCATION: Siam Country Club, WONDERFRUIT

Wonderfruit Day 1: Back to the field

งานเริ่มตั้งแต่วันพฤหัสประมาณ 4โมง เราอยากมาตั้งแต่คนยังไม่เยอะ จะได้บรรยากาศเป็นกันเอง ที่ตลกก็คือเรานอนเต็นท์ แล้วเราเอาเต็นท์เล็กสุดไซน์ที่นอนได้คนเดียวมาแต่ดันเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่กินที่เต็นท์สะเกือบหมด เหลือที่นอนได้นิดเดียว พอไปถึงกางเต็นท์เสร็จ เราก็เริ่มออกสำรวจพื้นที่ ปีนี้เค้าติดไฟขึ้นเยอะมาก ทำให้ดูมีสีสัน งานนี้สำหรับเราเหมือนงาน reunionที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี เดินไปที่ไหนก็เจอเพื่อน แถมยังได้เพื่อนใหม่เต็มเลย 

วันนี้อยากแชร์อยู่สองเรื่องดีดีที่อยู่ในใจเรา เรื่องแรกคือเราได้เจอ Lud เพื่อนที่เราสนิทมากๆ แล้วเค้าก็ให้คำใบแรกในการเล่นเกมส์ล่าขุมสมบัติเรา พรุ่งนี้เราต้องออกตามหาคำใบที่เอาไปฝังในที่ต่างๆทั่ว Wonderfruit โดยคำใบ้หนึ่งจะพาเราไปที่ซ้อนของคำใบ้สอง ไปเรื่อยๆจนสุดท้ายพาเราไปหาขุมสมบัติ เราพูดได้เลยว่าเกมส์นี้ทำให้ประสบการณ์ Wonderfruit เราเปลี่ยนไปในทางที่ดีที่สุด ต้องของคุณ Ludมากๆ!

 

อย่างที่สองคือ เราได้แชร์โมเม้นท์กินไอซกรีมฟินๆกับ Gregg Fleishman Studio และ Lightening ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง Solar Stage ซึ่งเป็นไฮไลท์ของทุกๆปี เรียกว่าเป็นตำนานก็ได้ เคยสร้าง Templeในที 2013ที่ Burning Man เค้าเอาโครงสร้างเวที Otic Oasis มาจำลองเป็น Solar Stageในงาน Wonderfruit เป็นเวทีที่เค้าไปแล้วรู้สึกได้เลยถึงพลังงานที่ flowและเป็นบวก เวทีอยู่ตรงกลางเป็นจุดหลอมหลวมพลังงานต่างๆ มีบันใดให้คนได้ปีนป่ายไปชั้นสอง กระโดดเล่นบนแทรมโพลีน หรือนอนคุยกันมองดาว เป็นพื้นที่ที่สร้างความทรงจำดีดีมากมาย สิ่งที่เราชอบมากเกี่ยวกับเวทีนี้คือ Greggสร้างทุกอย่างโดยใช้กฏแห่งธรรมชาติโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ไม้ต่างๆยึดกันได้โดยกฎเรขาคณิต ซึ่งเป็นพื้นฐานของรูปทรงสามมิติต่างๆนานา ถ้าเราสร้างรูปทรงต่างๆจากกฎเรขาคณิตแล้ว ทำให้เราสามารถยึดติดไม้ต่างๆและก่อตัวเป็นรูปทรงที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้เลยว่าตอนนั้นที่ยืนลงแดงอยากกินไอศกรีมอยู่นั้น จะเจอกับทั้งทีมผู้สร้าง Solar stageพวกเราก็ได้แชร์ไอศกรีมคำแรกด้วยกัน เราอยากเจอคนสร้าง Solar Stageมาตั้งนานแระ แต่ตอนนั้นคือเราไม่รู้นะว่าพวกเค้าหน้าตาเป็นไง นึกว่าได้กินติมกับคุณลุงใจดี จนมาโชว์วิดีโอให้เพื่อนเราดูเค้าถึงบอกเราว่านี้และคือ Gregg Fleishmanในตำนาน และนี้ก็คือสองเรื่องที่ทำให้เราเข้านอนแบบฟันดีในคืนวันแรกที่ Wonderfruit

 

 

Wonderfruit Day II: Scavenger hunt and glorious sunrise

ทุกครั้งที่เราตื่นมาในงานเทศกาลดนตรี เราตื่นพร้อมกับคำว่า Adventure time! 5555 ตื่นเต้นอยากจะสำรวจ Wonderfruitไม่ไหวแระ วันนั้นเรารู้สึกpositiveมาก เลยแต่งตัวเป็นสายรุ้ง 555 ตั้งแต่หัวจรดเท้าของจริง ทุกอย่างเป็นสีรุ้งหมด! เรามี mission หลักที่ต้องทำในวันนี้คือ เล่นเกมล่าหาขุมสมบัติ โดยคำใบ้หนึ่งจะพาเราไปที่ซ้อนของคำใบ้สอง ไปเรื่อยๆจนสุดท้ายพาเราไปหาขุมสมบัติ เกมนี้พาเราไปเจอเรื่องราว และผู้คนมากมาย ทุกครั้งที่ไปหาของในที่ใหม่ก็จะไปเจอกับเพื่อนใหม่ และได้ออกผจญภัยด้วยกัน เลยทำให้เราใช้เวลาทั้งหมด 2วันเต็มกว่าจะหาทุกอย่างเจอ เกมนี้ทำให้เราทำเดินสำรวจ Wonderfruitสะทั่วเลย ตั้งแต่ Forbidden fruit ไปจนถึง charging station Molam bus ร้านโยคะ Wonder camp และอื่นๆอีกมากมาย (ลองดูในวีดีโอสั้นๆที่เราตัดมาให้ดูได้) ตอนสุดท้ายแล้วเกมนี้สอนให้เรารู้ว่าสิ่งที่สำคัญจริงๆไม่ใช่ขุมสมบัติที่รออยู่ แต่มันคือการเดินทาง เรื่องราวต่างๆที่เราเจอ เราว่าเรื่องนี้เอาไปใช้ได้กับทุกอย่างนะรวมทั้งการที่เราทำอะไรสักอย่าง เราควรจะสนุกไปกับมันระหว่างทาง เราพูดได้เลยว่าเกมส์นี้ทำให้ประสบการณ์ Wonderfruit เราเปลี่ยนไปในทางที่ดีที่สุด

 

 

ระหว่างวันในงานเราจะทำอะไรก็ได้ มีกิจกรรมเยอะมาก เราไม่ได้แค่ออกเดินทางดูงานรอบๆอย่างเดียวแต่ยังได้ออกเดินทางเพื่อค้นพบความสามารถต่างๆที่เราไม่รู้ว่าเรามีแอบอยู่ในตัว เราได้สัมผัสกับตัวตนอีกด้านของเราที่มีความเป็นศิลปินทั้งวาดรูป เต้น โยคะ นั่งสมาธิ คุยกันในบทสนทนาที่ลึก ฟังบทกลอน ดนตรี เสพศิลปะในทุกรูปแบบ สิ่งที่Wonderfruitมีคือ communityที่ช่วยเหลือกันและกัน และผลักดันให้เติบโตให้ดีขึ้น

ตอนกลางคืนวันนั้นฝนตกหนักมาก เพื่อนเราจุ๊กกู้ กับพี่ฮาน่ามาถึงพอดีแล้วติดฝนที่บูทแลกบัตร เรากับเจ้ฮาน่าเลยวิ่งกลับไปที่รถไปเอาลำโพงมาเล่นระหว่างคนรอฝนหยุด กลายเป็นโมเม้นท์ที่มันส์มากๆ แค่โฟร์ไปกับทุกๆอย่างและเปลี่ยนสถานการณ์ให้สนุกขึ้นมา ถ้าฝนตก ก็เต้นกับสายฝนซะเลย

สิ่งที่เราตั้งหน้าตั้งตารอทุกปีคือ Quarry เป็นเวทีลับที่ต้องเดินออกนอกแผนที่ไปประมาณ 15นาที อยู่ในป่า ทุกปีจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ปีนี้เป็น art installation ดอกบัวสูง เวลาดอกบัวที่โดนไฟฉายแสงตอนกลางคืนแล้วเป็นอะไรที่ลึกลับแต่มีสเน่ห์มาก แต่เพลงที่เปิดใน Quarryทุกปีมันดาร์คเกินไป เรารับคลื่นความถี่แบบนั้นไม่ค่อยไหว ถึงแม้เราจะอยากดู Richie Hawtinมากตอนตีสาม แต่ต้องถ้อยออกมา เราออกเดินไปรอบๆ Wonderfruitเพื่อหาที่ที่ positive energyแล้วก็ได้ไปหลับพักตาอยู่เต็นท์ Wonder Gardenซึ่งเป็นที่สำหรับนั่งสมาธิ และโยคะ เราตื่นขึ้นประมาณหกโมงเช้าเพราะแสงจากพระอาทิตย์ เป็นหนึ่งในแสงแรกที่ชอบที่สุดและทรงพลังมาก พอได้ดูก็รู้สึกขอบคุณชีวิตที่ได้ตื่นมาเจออะไรสวยงามขนาดนี้ เราปีนขึ้นไปข้างบนยอด Solar Stageเพื่อที่จะรับพลังงานได้เต็มที่ เป็นเช้าที่สงบและสวยงาม

 

เราได้เรียนอะไรเยอะเลยในงานนี้ แต่สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดคือ Healing Workshop เค้าว่ากันว่า มีสามอย่างที่ทำให้มนุษย์ไม่มีความสุข อย่างแรกคือความเกลียด ถ้าเรากำจัดมันได้ เราจะได้ความรัก อย่างที่สองคือ ความไม่รู้ ถ้าเราละได้ เราจะเกิดปัญญา และสุดท้ายราจะมีทุกข์ ถ้าเรามีความยึดติด ถ้าปล่อยวางได้ ก็จะเกิดความเสรี ให้เราคิดทบทวนว่าอะไรทำให้เราเป็นทุกข์มากที่สุด และปลดปล่อย และกดมันออกมาลงบนสีที่เราใช้ screen printingลงบนผ้า จากนั้นเอาผ้าผืนนั้นไปห้อยไว้ การห้อยไว้ก็เหมือนการรับรู้ เราไม่สามารถละทิ้งได้ภายในวันเดียว แต่กาลเวลา ลม ฝน ที่ตกลงมา สักวันหนึ่งจะทำให้ผ้าที่ตากตรงนั้นขาวบริสุทธิอีกครั้ง

LIVE LOVE WONDER เป็นข้อสรุปของ Wonderfruitใบแบบฉบับของเรา สุดท้ายแล้วเราว่าสำคัญที่สุดถ้าเราสามารถเอาความรู้สึกพิเศษที่เกิดขึ้นในงาน กลับมาในโลกแห่งความจริง และใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน Wonderfruit ทำให้เราใช้ใจอย่างเด็กอีกครั้ง กล้าที่จะลองผิดลองถูกอย่างไม่มีอีโก้ หรือความกลัว และทำให้เราใช้ใจเข้าใจกับศิลปะมากขึ้น ในมุมมองที่ต่างออกไป

 

Photo courtesy: Wonderfruit, Exithamster

Wonderfruit Day 1: Back to the field

Wonderfruit started on Thursday at 4 PM. We wanted to get the vibe of less people and homey feeling so we got there on the first day. Funny thing was I packed biggest luggage with me for camping, but I only brought one-person size tent, so my luggage took most of the space and left me only quarter of the room. Once we got there, we explored the area around. I noticed a lot more lighting at night.

Coming to Wonderfruit is like the biggest reunion of the year, I kept running into friends, while making new one. I will tell you guys more detail on stages at Wonderfruit and what do people do here on next day. But for the first night, two highlights happened for me. First is I reunion with Lud, my very close friend who gave me scavenger hunt quest which has become the sweetest thing that I’ve received there. It totally changes my Wonderfruit experience in the best possible way, I will tell you guys soon :)

 

Another thing is I shared the magical ice-cream moment with creator of Solar stage  Gregg Fleishman and Lightening. They are Burning man artists who are bringing Otic Oasis to Wonderfruit’s Solar Stage. A stage that has been a highlight of every year for everyone. It’s the space where you could feel positive energy coming from every direction and it has stairs for people to climb and explore. My favorite thing is trampoline to jump, lay down and watch the star. What I am fascinated the most is all the pieces they used to connect themselves by natural law, without any screws or nails. He said geometry is the key to 3D space. Based on the geometrical structure, we can build something out of small part that can hold together and kept explore and pushed the boundary in creating something new. Little that I know that while I was lying up for ice-cream on first night, I was so excited by the sweet and cold thing, Gregg and Burner crew were there. We shared the some pretty awesome icecream moment together. I didn't know how they looked like but I know that I always wanted to meet the guy who made Solar stage, until I showed video to my friend and he said this is legendary guy that I wanted to meet. So, this is how I had such a good dream back in my tiny tent in the camp.

 

Wonderfruit Day II: Scavenger hunt and glorious sunrise
Photo credit: Wonderfruit, Exithamster

Every time I woke up in the festival, my eyes opened with one thought; adventure time! I couldn't wait to explore Wonderfruit in daytime! I felt so positive that I expressed myself through clothing. I picked my rainbow outfit from head (literally my hair) to toe (pastel rainbow platform heels). I had a big quest that my friend, Lud left me today, scavenger hunt! It’s the game that gave you a clue that will lead you to another clue and another clue until you find a treasure at the end. Because of this game, it led me to meet so many incredible people along the journey, and we went on adventure together. And I really took the time and enjoyed the destination, it took me 2 full days to finish it. From Forbidden fruit, to charging station, Molam bus, yoga shop, Wonder camp, and many other places. I really got to explore Wonderfruit all day long, and made new friends along the way. (you guys can look from the video I made down here) At the end, it’s not about the treasure, but about journey along the way which we can totally apply to our life, when we do something, it matters a lot more on the process, rather than destination. I think this is the most brilliant idea of things to do at the festival.

During daytime at Wonderfruit, I could explore not only new places, but discovered new skill set that I never thought I have it before. I reconnected to my artistic side again from paint, dance, yoga, meditate, listen to deep conversation, poem, music, and so much more. It’s all about community, and how we learn and support each other to grow.

At night, my friends Jukkoo and Hana came in a pouring rain, we stuck in the registration booth for a while due to the rain, so we went back to get portable speaker and created a groovy vibe there. It was so much fun dancing in the rain, anything happened just go with the flow of life.

One of the thing I was looking forward to every year is Quarry! It’s a secret stage in the forest, and it only opened after midnight. We wandered off the site around 15 minutes before we could get there. This year it was beautiful lotus blooming art installation. It’s so mysterious and beautiful but the vibe there was too dark and intimidating for me. I wanted to see Richie Hawtin at 3AM, but the energy there was too much for me to handle, so I had to leave. I wandered around the field middle of the night, tried to find good energy zone. I ended up resting my eyes at Wonder Garden which is the meditation tent. And woke up at 6AM and saw the glorious red powerful sunrise. I felt so appreciated with my life to be alive and saw the beauty of the nature. I climbed all the way to the top of Solar Stage and felt the heat of the sun and the flow of the wind. It was wonderful morning. Such a scene to wake up early and take some appreciate that life could offer something so simple but so beautiful.

 

 

Wonderfruit Day 3: What's in us

 

Wonderfruit teaches me a lot of things. But the most touching part is the healing workshop. They said there are 3 things that make us, human unhappy. First is hatred, if we can get rid of it, we earn love. Second is attachment, holding on things or people or status. If we can get rid of it, we have freedom. And lastly, ignorance, if we can throw it away, we gain wisdom. So we reflect what are the main things that block happiness and screen press those feelings into the print. Then we sewed and hanged it there for acknowledgment. It won’t be gone in one day. But slowly as the time goes by, rain, wind will help purify those negative feelings and soon the fabric will become pure again. I chose to get rid of my ignorance, because I believe that we have to keep learning and growing ourselves all the time.

LIVE LOVE and WONDER is what made my heart full. Now it’s time to bring what u felt in the field back to real life. Wonderfruit gave a heart of a child that always wonder, always explore, and a soul of an artist who learns to appreciate simple beauty around us.

 

Photo courtesy: Wonderfruit, Exithamster