25.12.15

WANDER IN WONDERFRUIT

Music Festival

wonderfruit

หายหน้าหายตาไปหลายวันอีกเเล้วววว ตั้งเเต่กลับมาจาก Wonderfruit สัปดาห์ที่เเล้ว สัปดาห์นี้เราก็ยุ่งๆ แต่สัญญาว่าจะบล็อกอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งนะช่วงนี้ วันนี้ขอมาเล่าถึงเทศกาลดนตรี Wonderfruit ที่ไปมาสัปดาห์ที่เเล้ว ขอบอกเลยว่ามันสุดเหวี่ยงมากกกกก ไม่คิดเลยจริงๆว่าบ้านเราจะจัดงานได้ถึงขนาดนี้ เราว่าการมาเทศกาลดนตรีแบบนี้ไม่รู้ทำไมนะ สำหรับเราเเล้วเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกนึงเลย ที่ที่ดนตรีเปรียบเสมือนสายเลือดที่หล่อเลี้ยงร่างกาย เสื้อผ้าแฟชั่นแบบโบฮีเมียนเป็นเหมือนผิวหนังอีกชั้น ผู้คนในงานเทศกาลก็เหมือนจะคลิกกันง่ายกว่า เหมือนเป็นทริปที่ทุกครั้งเราจะกลับมาด้วยความรู้สึกเต็มอิ่มไปด้วยความรัก เเละความสุข 

Wonderfruit เป็นงานที่จัดยาวถึงสี่วัน ที่สนามกอล์ฟ Siam Country Club ในพัทยา ที่จริงถ้าเพื่อนๆขับรถตรงมาสองชั่วโมงกว่าๆเกือบสามก็ถึงเเล้ว แต่เราไปอืดมากกกกก เพราะว่าเเวะที่เขาหิมะในชลบุรีนั่นเอง เขาที่นี่เกิดจากเศษหินที่ทำเหมืองถูกถมตัวขึ้นไปสูงจนกลายเป็นยอดเขา ได้ข่าวว่ามีสารอันตรายเหมือนกันแต่ไม่รู้จริงเปล่า เพื่อนๆอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับที่นี่ เพราะได้กลายเป็น talk of the town เมื่อเดือนก่อนว่าชลบุรีมีที่แปลกๆแบบนี้ด้วยหรอ ไว้เราจะมาบล็อกให้ฟังเร็วนี้นะ ลองติดตามชมกันได้เลย 

เรามาถึงหน้างานตอนพระอาทิตย์ตกดินพอดี วันนั้นท้องฟ้ากลายเป็นสีชมพูหวานแหววเลย มันเข้ากับชุดที่เราใส่ไปวันนั้นมาก เพราะวันนั้นเราเลือกใส่ชุดชมพูล้วน! เดรสยาวลายดอกชมพู ใส่คู่กับมงกุฏดอกไม้และที่สำคัญ เราพาเจ้ากระเป๋าสะพายยูนิคอนน้อย เบบี้ของเรามางานเป็นครั้งเเรก นอกจากนั้นเจ้านี่เป็นแค่หมอนข้างเราตอนกลางคืน ฮี่ๆ 

 

 

It’s good to know that Thailand is finally opening up to music festivals.  Festivals are a unique place that lets me escape into another world, where music becomes part of your blood and fashion becomes an alternate skin.  Everywhere around, people share your same enthusiasm for music and are there to have as much of a good time as you are.

Last week was insane at Wonderfruit.  It’s a 4-day weekend festival located in the beautiful field of Siam Country Club in Pattaya.  It’s about a three hours drive from Bangkok, but we ended taking a detour to the snow mountain in Chon Buri.  The whole mountain is formed out of white rock!  Some of you may have heard of it last month when it went viral.

The moment we arrived in the festival, the whole sky was pink as we caught the last light of day. What perfect coincidence as I was wearing all pink. I wore a long pink floral dress with a flower crown. No other place on earth could make me feel better than wearing the bohemian look at a festival. And today is quite special, I brought my baby unicorn to the festival for the very first time!! Other than that he made a perfect pillow at night. 

 


wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit

LOCATION: Siam Country Club, PATTAYA

พอเข้าไปในงาน เราพึ่งรู้ว่างานจริงๆมัน ใหญ่ มาก! แบบไม่รู้จะไปทางไหนก่อนเลย ด้านขวาก็เป็นเหมือนดิสโก้ขนาดเล็กๆที่ตกแต่งสไตล์ป่าดงดิบ ด้านซ้ายเป็น Living Stage หรือเวทีตัวแม่ในงานนั้นเอง ส่วนข้างหน้าคือที่ส่องแสงสว่างใต้แสงจันทร์คือ ซิกกูรัตที่เป็นที่ชิวหลังจากวันที่ยาวนานในเฟสติวัล มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยแสงสีเสียงที่สวยงาม ทุกๆอย่างดูมีชีวิตชีวามากขึ้นตอนกลางคืน โดยเฉพาะอากาศที่ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป รู้สึกสบายตัวมาก 

โซนเเรกที่เราเลือกจะไปคือโซนอาร์ตๆ เราเดินตรงข้ามสะพานมาเจอ Wonder Salon ถ้าใครสงสัยว่าทำไมคนในงานดูดีมีสไตล์ละก็ ที่นี่เปรียบเสมือนโรงงาน Make over เลย ไม่ว่าจะเป็นเพ้นท์หน้า ประดิษฐ์ของ เพ้นท์ตัวด้วยเฮนน่า หรือเเม้กระทั่งทำผมทรง dead lock  ก็มีนะ รับรองว่าเดินออกมากลายเป็นอีกคนแน่ ตรงข้ามจะเป็นพวกของออแกนิคในฟาร์ม และพวกสิ่งประดิษฐ์คุณภาพเยี่ยมขายกัน เราเดินมาเรื่อยๆจนเจอเวทีที่ดูคล้ายๆงิ้ว หรือ Soi Stage อันนี้ถือว่าเป็นเวทีโปรดเราเลย เล็กๆ แต่อบอุ่นมาก เราเจอวงใหม่ๆที่เราชอบเยอะเลยจากเวทีนี้เช่น Animal Machine และ Mahajamreon 

จากนั้นเราก็เดินขึ้นไปต่อเรื่อยๆจนเข้าสู่ Healing village ที่นี่เป็นที่ที่ทำให้เราได้สงบ ผ่อนคลายด้วยวิธีการมากมาย ที่เราชอบก็คือวงกลองที่ตีสนั่น ทุกคนล้อมเป็นวงเเล้วเต้นไปมารอบวง ปลดปล่อยออกมาอย่างสนุกสนาน อีกที่ที่เราเห็นว่าน่าสนใจมากคือโยคะ ส่วนตัวเราชอบโยคะอยู่เเล้ว แต่ที่นี้ไม่ใช่โยคะธรรมดา เป็นโยคะ ตอนกลางคืนใต้แสงจันทร์ แถมยังมีเปิดเพลงคลอๆตอนเล่นด้วย คิดดูสิจะผ่อนคลายขนาดไหน 

เราคิดว่า Wonderfruit เป็นเทศกาลที่แปลกไม่เหมือนใครมาก เพราะเทศกาลส่วนมากจะสำหรับผู้ใหญ่ แต่ที่นี่สำหรับเด็กๆด้วย! Wondercamp คือโซนที่เด็กๆ ได้ใช้ความอยากรู้อยากเห็น ค้นหาคำตอบเเละผจญภัยไปในธรรมชาติ แถมถ้าครอบครัวไหนมีเจ้าหมาก็ยังสามารถพามาชิวในงานนี้กันได้ด้วย เรายังชอบการที่ Wonderfruit ได้แฝงความเป็นไทยในทุกซอกทุกมุมของงาน เช่นโซนรถหมอลำซิ่ง ที่ตกแต่งรถบัสไทยทั้งคันให้เป็นสไตล์อีสาน แถมยังเป็นเพลงหมอลำซิ่งอีกต่างหาก จุดที่เราชอบไปชิวคือบนรถบัสนั้นนั่นแหละ สามารถนั่งดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้ 

มาเข้าถึงโซนโปรดของเค้าบ้าง Taste of Wonder คงเป็นศูนย์รวมของโบโฮเมียนที่ใหญ่เเละเก๋ที่สุด ที่นี่เห็นคนมากมายแต่งตัวโบฮีเมียนแบบเจ๋งๆเดินอวดกันว่อนเต็มงานเลย ดูยังไงก็ไม่เบื่อ แถมยังมีของแปลกๆ วินเทจที่มีเพียงชิ้นเดียวขายอีก 

พอเดินไปเดินมาทั่วงานเราก็รู้สึกหิวเเล้วสิ แต่ไม่ต้องห่วงนะ เพราะที่นี่อาหารจัดเต็ม! เรียกได้ว่ามีตั้งเเต่ระดับดาวมิชลิน ถึงอาหารข้างทางชื่อดังก็มา ไทย จีน ฝรั่งมาหมด เราแทบจะรอให้ย่อยต่อไม่ทัน จะได้ลองชิมทุกๆร้าน 

ในทุกๆคืนจะจบด้วยไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยอย่างคืนวันเสาร์เนี่ย คงไม่มีใครเป็นที่พูดถึงมากกว่าDJ Jon Hopkin อัจฉริยะแห่งวงการทำแสง สี เสียง ที่สาดแสงคอยสะกดทุกคนบน Living Stage เเละโชว์กายกรรมกลางอากาศที่บ้าที่สุดที่เราเคยเห็นคือ The Lucent Dossier Experience ส่วนขนาดดึกๆอย่างคืนวันอาทิตย์ เสียงนุ่มๆละมุลของวง Rhye ก็ทำให้คนอยู่กับเต็มทุกเที่ยงคืน ทั้งๆที่วันรุ่งขึ้นเป็นวันจันทร์ที่ทุกคนต้องกลับมาสู่โลกแห่งความจริงในการทำงาน 

อย่างหนึ่งที่เรารู้สึกพลาดมากในงานปีนี้คือ Quarry! ที่นี่คือป่าดิสโก้ลับๆที่ไม่ได้อยู่ในตัวงาน ต้องเดินออกมานอกงาน จัดในป่าที่เต็มไปด้วยสีเเละเสียงเพลง เต้นกันถึงรุ่งเช้า อันนี้เป็นอะไรที่เรารู้ตัวเลยว่าพลาด! เอาเป็นว่าจะมาเล่าให้ฟังปีหน้าแทน สัญญา!

จริงๆในตัวงานมีอีกหลายอย่างที่เจ๋งๆมาก อยากจะบอกทุกๆอย่างเลยแต่ถึงเล่าไปหมดก็คงไม่เท่าสัมผัสด้วยตัวเอง Wonderfruit เป็นงานที่พิเศษจริงๆ และเป็นงานที่เราจะกลับไปปีหน้าชัวร์ๆ เจอกันปีหน้านะ Wonderfruit! ☺ 

 

[Outfit Day1]  Dress: The bohemian rhapsody    Boot: H&M 

[Outfit Day2]  Tank top & Boot: H&M     Scarf: Sequin and Suede 

Photographer: TitadasJumpeeJason  

Once we got inside, it was surprising to find out how large the venue was and how packed it was with so many activities.  Just upon entering the festival, we spotted a mini jungle disco house on the right and a huge main stage on the left.  In front of us was sparkling ziggurat where people could rest after a long day in the festival field. We were so excited and overwhelmed by the size of the festival! All the light and sound, everything came so alive at nighttime! The best part is the weather was very chill, not too hot or cold. 

The first area we explored was the artisan market. We walked straight across the bridge and we saw a large Wonder Salon sign. This is where festival people could get a makeover. Here you could get your face painted and your hair braided or even get a henna tattoo! You name it, they have it all here. The opposite side was a Wonderfruit organic farm and artisan market where you could get many fresh organic food and high quality handcrafted goods. We kept walking until we reached Soi stage, my favorite stage so far, it’s a small cozy stage that reminds me of a Chinese theater. I discovered a lot of new cool bands like Animal Machine and Mahajmareon. 

We headed up to the Healing Village. Here, you can find your inner peace with yoga or channel your spiritual energy in a drum circle. Yoga classes begin as early as 7 in the morning and last well into the night. They would practice yoga outdoors, underneath the stars with soothing music in the background.

One thing really unique about Wonderfruit is that it’s perfect for families. Most festivals are geared toward adults, but Wonderfruit is kid friendly too.  Kids can play in Wondercamp where they could explore nature and obstacles.  Dogs are even allowed at this festival, though the music may be a bit too loud for them.  

And how they perfectly integrated Thai culture in every corner of the festival like Morlum truck. They decorated Thai bus in Esarn style and music! I like to climb up to Morlum rooftop and hang out there till sunset, that’s my favorite chill spot at the festival!  

Speaking about my favorite zone at the festival, Taste of Wonder is the biggest lux boho-chic shop in Thailand. You can’t find anywhere else full of beautiful people rocking their bohemian outfits better than this place. I can’t get enough of the bohemian look. Many rare, vintage, one-of-the-kind items were sold there.  This place was a heaven for me. 

By that time, I started to get really hungry. Everywhere would have a food truck ready to serve! All kinds of food from Western to Oriental and from the high-end Michelin stars to a famous burger from Bangkok.   

At the end of the night, there’s always the highlight waiting to surprise festival people. Like on Saturday night, the biggest crowd pleaser couldn’t be anyone else but DJ Jon Hopkins, the master of light and sound and the splashing hypnotizing lights on the Living Stage and the sickest acrobatic show I’ve witnessed in my life by The Lucent Dossier Experience. And the sweet and mild sounds of Rhye could keep festival people up late into the night regardless if they had worked early the next day or not.

One more thing that I missed out this year was the Quarry, it’s the secret forest disco that is not in the festival area.  They open the gates after midnight and rumor has it that dancing went on through the electric forest until sunrise. This is something I definitely have to check out next year!

There are tons of other things I want to share about Wonderfruit, but this tiny space wouldn’t be enough and you’ll have to experience it for yourself. See you next year Wonderfruit! ☺

 

[Outfit Day1]  Dress: The bohemian rhapsody    Boot: H&M 

[Outfit Day2]  Tank top & Boot: H&M     Scarf: Sequin and Suede 

Photographer: Titadas, Jumpee, Jason