24.01.16

STONE FREE AT STONE FREE MUSIC FESTIVAL

Music Festival

                                                                                stone free music festival

ถ้าพวกเราสามารถมารวมตัวกันในที่ที่หนึ่งได้ มาด้วยจุดประสงค์เดียวนั้นคือการเฉลิมฉลองไปกับเสียงเพลง หยุดคิดทุกอย่างเกี่ยวกับโลกภายนอก  เเละคิดแค่การร้องรำทำเพลง นี่เป็นส่วนๆหนึ่งของความทรงจำที่เราเก็บมาจากงาน Stone Free Music Festival เราเก็บใส่ไว้ในโหลแก้ว เเล้วอยากจะเปิดออกมาวันนี้ 

 

What if we come gather in one place, in middle of nowhere. Altogether with one goal, that is to celebrate the love of rhythm and sound. Stop thinking about the world outside, all we know now are just singing, and dancing. Expect every unexpected thing. And just enjoy the moment. That’s the tiny piece of memory from last week at Stone Free Music Festival that I carried with me in the bottle, and I want to open it up today. 

 


stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival 
stone free music festival

LOCATION: Min Buri, BANGKOK

เมื่อสัปดาห์ที่เเล้ว เราเเละเพื่อนๆไปงาน Stone Free Music Festivalมา ได้ยินชื่อเสียงความดิบของงานมาหลายปีเเล้วแหละ  ปีนี้จัดเป็นครั้งที่สี่เเล้ว จัดไม่ไกลมาก ที่มีนบุรี เราเลยอยากลองไปสักหน่อย เป็นงานดนตรียาวๆ จัดทีสามวัน เริ่มเล่นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าถึงตีสองวันถัดมา เรียกว่าคุ้มสุดๆ บัตรแค่พันเดียวเท่านั้น  (Early bird) ถ้าคิดเล่นๆ ฮาๆ เรียกได้ว่าตกเพลงละไม่กี่บาท ฮ่าๆ 

เราออกเดินทางกันหลังเลิกงานวันศุกร์ ไปถึงก็เย็นๆเลย ตอนเเรกขับๆมานึกว่าจะหลงเเล้ว มันดูเป็นที่ที่ห่างไกลความเจริญมาก พอไปถึง เราได้ยินเสียงเพลงออกมาจากไกลๆก่อนเลย เราเดินผ่านทางเข้างานมาเห็นไฟระโยงระยางตามหนองน้ำใหญ่ ดูบรรยากาศอบอุ่นดี เรามองตามสายไฟไปจนถึงสุดฝั่งเห็นวง Red Twenty กำลังเล่นอยู่เพลงสุดท้ายพอดี พวกเราถือของมาเยอะมาก เลยเดินขึ้นบนเนิน ไปหาที่วางเต็นท์ก่อน เราเดินขึ้นไปเรื่อยๆผ่านเต็นท์มากมายหลากหลายสี จนไปถึงยอดเขา เจอที่หนึ่งว่างพอดีเลยตกลงปูเสื่อ ปักเต็นท์ตรงนี้แหละ แป๊ปเดียวเท่านั้นจากผ้าธรรมดาก็กลายเป็นเต็นท์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะทุกคนรีบทำ อยากรีบลงไปดูคอนเสิร์ต พอเราไปถึงข้างล่าง วง Summer Dress กำลังเล่นพอดีเลย ดูทุกคนกำลังได้ที่มาก เต้นกันอย่างสุดเหวี่ยงจริงๆ เราพึ่งเคยเห็นคอนเสิร์ตที่ศิลปินใกล้ชิดกับคนดูขนาดนี้ ไม่มีรั้วกัน ไม่มีคนคอยคุม ไม่มีเวทีสูง รู้สึกอบอุ่นเหมือนเพื่อนมาเล่นดนตรีให้ฟัง บรรยากาศในงานเป็นอะไรที่บอกไม่ถูกจริงๆ หลังจากวงSummer Dress ก็เป็น Sticky Rice สิ่งเดียวที่ไม่ได้เชิญในงานคืนนั้น น่าจะเป็นเจ้ายุงที่บินว่อนเต็มไปหมด นอกจากเสียงดนตรีในคืนนั้นจะทำให้เราเต้นเเล้ว อีกอย่างที่ทำให้เต้นไม่หยุดคือ เจ้ายุง ใครหยุดเต้นก็ต้องโดนสังเวยเลือดซะดีดี ตอนหลังกองทัพยุงมันเเข็งแรงเกินเราจะต้านทานได้ พวกเราเลยต้องถอยทัพกลับไปตั้งหลักที่เต็นท์ อยู่ในเต็นท์ก็สามารถได้ยินเสียงเพลงจากเวทีข้างล่างมาได้ เราเลยตัดสินใจกันนอนเล่นฟังเพลงกันในเต็นท์นี้แหละ เเละเเล้วเราก็เผลอหลับกับ กะจะตื่นเเต่เช้ามาฟังเพลง แต่ได้ตื่นอีกทีตอนตีห้า เพราะฝนตกหนักมาก เหมือนพระเจ้าบนฟ้าลืมปิดก๊อกน้ำ น้ำเลยรั่วมาเต็มท้องฟ้า พวกเรานอนกันอยู่ในเต็นท์กลัวเต็นท์จะรั่วเเล้วน้ำซึมเข้ามามาก นอนรออยู่เกือบชั่วโมงฝนก็เริ่มซาลง 

เราตื่นอีกทีเกือบเที่ยง พอตื่นมายังไม่ได้ยินเสียงเพลงข้างนอก เลยรีบแต่งตัวออกไปดู วันนี้รีบเลยใส่อะไรชิวๆ กระโปรงหลวมๆลายชาวเผ่า เเละออกมานอกเต็นท์ พอออกมาจากดินธรรมดาเมื่อคืน วันนี้ได้กลายเป็นโคลนเรียบร้อยเเล้ว พวกเราเลยคิดจะเดินไปถามข้างล่างงานว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กว่าจะไปถึงบอกเลยว่าเป็นอะไรที่เดินยากลำบากมาก เพราะแต่ละก้าวพอก้าวไปเเล้วมันหนึบมาก อยู่หมัดเลย ในที่สุดความพยายามก็เป็นที่สำเร็จ เราเดินลงไปถึงก็ถามเค้า เลยพึ่งรู้ว่าเพราะฝนตกเมื่อคืนเครื่องปั่นไฟเลยเสีย เพื่อความปลอดภัยต้องซ่อมเเล้วรอให้เเห้งก่อน ณ จุดๆนั้นทำให้เราคิดได้เลยว่า การจัดงานนี่ยากจริงๆ เพราะไม่ว่าเราจะทุ่มเทขนาดไหน แต่ก็มีเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถควบคุมได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นเราว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือต้องมองโลกในแง่ดี เเละพยายามหาทางออกกันไป เเละนั่นคือสิ่งที่ทางผู้จัดทำ ส่วนพวกเราก็เลยไปหาอะไรกิน เเล้วเดี๋ยวกลับมาใหม่ เรากลับมาประมาณ บ่ายแแก่ๆ คนเริ่มเยอะอีกครั้งเเล้ว คืนนั้นเรารู้จักวงนอกกระเเสเจ๋งๆเยอะเลย ทั้ง Yena, Sasi, Monomania, Basement tape เเละ Cyndi Seui ส่วนวงโปรดเราในคืนนั้นคือ เสียงร้องหวานๆของนักร้องนำหญิงวง My Life as Ali Thomas มุมประจำของพวกเราเวลาดูจะเป็นข้างหลังเวที จะเป็นเนินหินไม่สูงมาก พวกเราจะปีนขึ้นไป ปูเสื่อนั่งตรงกลางพอดี เป็นที่นั่งที่ชิวมาก เป็นอีกหนึ่งคืนที่น่าจดจำมากสำหรับเรา เราออกมาจากงานด้วยความรู้สึกมากมายที่ไม่เคยเกิดขึ้น เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ มีหลายๆอย่างที่ไม่ได้คาดคิดแต่ดันเกิดขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือทีมผู้จัดงานที่มีแพชั่นมากมาย จนทำให้ชนะอุปสรรคต่างๆมาได้ ขอบคุณที่จัดงานดีดีแบบนี้นะคะ เเล้วจะรอมาอีกปีต่อไปคะ ☺ 

Photographer: Bemanoy PhotographyKwang Kaler, Chickka Bumm 's,   Bank: the horseman 

 

 

 

Last week I went to Stone Free Music Festival. This is the 4th time already. It was a 3-days music festival that runs concert as early as 7AM until 2AM in the next day, almost 24/7 of non-stop music. That’s pretty insane! The place was held in Min Buri District, not so far from downtown Bangkok. Most of the festivalgoer will stay in the campsite, which you can hear the music just laying down in the tent. 

We arrive there on Friday evening.  The moment we got off the car, we could hear music from far away. As soon as we walked pass the gate, we saw many lights lit up by the big pond, my eyesight followed the light line until I saw Red Twenty was playing at the other end, they just played their last song when we walked up there. Our first mission is to settle the tent down. So we walked up the hill, trying to find the place for the camp spot. We walked passed many colorful tents and found a nice spot at the summit! The tent came alive next minute because we helped each other. We went again to gig area, Summer dress was rocking the crowd. This was the first time in my life that I saw the crowd was this close to the band! No barrier, no big stage, no guard, no fence, and the crowd weren’t just an ant to the artist. This is so pure. There is no you’re audience, I’m rock star, it was like friends playing to friends. I can’t believe how cozy the vibe at the concert was. After Summer Dress was the Sticky Rice. The only unwelcome surprise of the night was the mosquito! Apart from the music that kept us moving, a mosquito was another reason. At the end of first night, the force from the mosquito was too strong, we had to retreat back our base AKA campground.  We could hear the sound of the concert down there to our tent. So we just listened it from there and fell sleep. 

And we sleep happily soundly through the night and woke up for the concert tomorrow. But just like the old saying said expect the unexpected. 5 in the morning all of us woke up, there were a massive rain. It kept pouring out from the sky like God forget to turn off his tap. We slept inside the tent and hope that our tent wouldn’t leak. Luckily after almost an hour, the rain was fading away. 

I woke up next morning, there was no music playing outside yet, so I quickly dressed up in tribal dress and went outside the tent and saw the solid ground from last night turned into paddy field because of the rain! It was so sticky that it took us so long to walk from step to step. Eventually we made it down and found out that the generator to supply the electricity broke down. This made me realize no matter how much effort you put in, you still couldn’t control everything. No one expects the rain in January. For me the best way to deal with unexpected is adaptability, be flexible. If something doesn’t work, it’s nobody’s false. Just be positive and find the alternative ☺ that’s what we did! We went out to get some food and hung out a bit then came back late afternoon. By the time, the crowd started to gather up again. I discovered a lot of great non-mainstream brands like Yena, Sasi, Monomania, Basement tape and Cyndi Seui. My favorite was a sweet mellow sound of the lady from My Life as Ali Thomas. It was another great night. We found our favorite spot at the back of the stage. We climbed up a little hill so that we faced the band right at the back. It was too bad that I couldn’t stay longer at the festival. But overall I’m really impressed by the organizer team’s passion in making the concert happen! Despite all the problems that they have been through, they still stayed positive and made it through. I’m really looking forward for next year! ;)

 

Photographer: Bemanoy PhotographyKwang KalerChickka Bumm 'sBank: the horseman