30.09.16

ROAD TRIP TO ULTRA SINGAPORE

Music Festival

                                                ultra singapore

พอได้ยินคำว่า road tripทีไร เรารู้สึกตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยเห็นอมยิ้มเป็นทุกที แค่คิดว่าจะได้แล่นรถตามถนนที่ทอดยาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ข้างหน้าจะเป็นยังไงไม่มีใครรู้ ทุกอย่างรอบตัวดูน่าตื่นเต้นไปซะหมด เราแล่นไปข้างหน้าไม่ต้องคิดถึงเวลา ปัญหาใดๆทิ้งไปกับสายลม และออกเดินทางเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ บางครั้งก็จอดแวะปั๊มเพื่อตุนขนมในรถ บนรถพวกเราเปิดเพลงดังลั่น ถ้าเป็นเพลงที่ทุกคนรู้จักละก็ จะร้องออกมาพร้อมๆกัน! เป็นช่วงเวลาที่อยากจะ Freezeเอาไว้ บนรถเปรียบเสมือนโลกหยุดหมุน เราใช้เวลาด้วยกันทั้งวัน คุยกันตั้งแต่เช้าจดเย็น

และนี่คือประสบการณ์สองสัปดาห์ที่แล้วที่เราได้ไป road tripกับเพื่อนสนิทวัยเด็กของเรา ปั้น กับชา ต้องขอขอบคุณ Mercedes Benz ที่ให้พวกเราได้เป็นหนึ่งในผู้ทดลองขับรถคอมแพครุ่นใหม่ล่าสุดบนเส้นทาง scenic route จากสิงคโปร์ ไปกัวลาลัมเปอร์ แต่ก่อนที่เราจะเล่าเรื่อง road trip ให้ฟัง ขอย้อนกลับไปเล่าถึงจุดเริ่มแรกของทริปนี้กัน

Road tripครั้งนี้ เริ่มต้นด้วยประสบการณ์ดนตรีระดับโลก Mercedes Benz Thailand ได้พาแขก VIP สื่อมวลชน และบล็อกเกอร์ influencer ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาที่งาน Ultra Singapore 

The word 'road trip' always excited me like little girl sees the candy; cruising along the endless big boulevard. You’re in the new road, new country, and new destination. We don’t know what ahead of us, no time restriction. Hop in and out gas station to stock the next snack. In the car, we share our favorite songs, and sing along. We talk and talk about anything that pop in our mind.

It was roughly two weeks ago that I had an amazing road trip with my childhood best friends, Cha and Pun. Mercedes-Benz Thailand gave us exclusive experience to test drive the new generation compact Mercedes in the scenic route from Singapore to Kuala Lumpur. But before I go into detail of this road trip, let me take you back to the very beginning of the trip.

The ultimate driving experience started with world-class music experience. Mercedes-Benz Thailand flied out VIP clients, media partners, and influencers across South East Asia to Ultra Singapore.

 
ultra singapore 
ultra singapore  
ultra singapore  
ultra singapore 
ultra singapore

LOCATION: Ultra Singapore

พวกเรามาถึง และเช็คอินที่ Ritz Carlton Singapore ตอนเที่ยงๆ และพวกเราได้ร่วมทานอาหารกับผู้บริหาร Mercedes ทุกคนฟินไปตามๆกันกับอาหารเที่ยงที่มีทั้ง oyster, cold cut, foie gras และขนมหวานมากมาย เล่นเอาเราอิ่มจนแถบลุกไม่ขึ้นเลยทีเดียว หลักจากนั้นทางทีมงานMercedes ก็ได้ประกาศรถที่พวกเราจะได้ขับในวันพรุ่งนี้! ทุกคนตื่นเต้นมากว่าจะได้รุ่นไหนกันเพราะมีตั้งแต่ sport ไปจนถึง SUV เรากับชาได้อยู่ทีมเดียวกันและได้ รุ่นใหม่ล่าสุด GLA 250 เป็นรถ SUV สีดำ บอกเลยว่าพวกเราชอบมากกกก! คือมันยังมีความเป็นวัยรุ่นๆ แล้วก็ขับสนุก แถมยังเข้ากับนิสัยพวกเราที่ชอบลุยๆอีกด้วย! ตื่นเต้นอยากออก road trip พรุ่งนี้แล้ว!

วันนี้ช่วงบ่ายทางทีมงานก็ให้ wristband งาน Ultraพวกเรา เรากะจะรีบไปdrop กระเป๋าที่ห้องแป็ปเดียวแล้วรีบออกมา แต่พอก้าวเข้าห้องมาแล้วถึงกับช็อคห้องสวยมากกกก เหมือนมีแรงดึงดูดให้พวกเรานั่งแช่ชมวิวที่ห้อง อย่างแรกที่เห็นคือ หน้าต่างแบบพาโนรามาที่สามารถเห็น landmark อย่าง Marina Bay Sands และชิงช้าสวรรค์ยักษ์ highlight ที่สุดของห้องสำหรับเราอยู่ที่ห้องน้ำ ทุกอย่างปูด้วยหินอ่อน แถมยังมีอ่างน้ำจากุซซี่ที่ติดกับหน้าต่างแปดเหลี่ยมที่ทำให้เราเห็นวิวตึกระฟ้าอีก ลองคิดดูนะถ้าได้มานอนแช่อ่างนี้ตอนกลางคืนหลังจากลุยงาน Ultraเสร็จ นอนแช่น้ำอุ่นๆพร้อมดูแสงสีจากตึกสูง คงจะฟินไม่ใช้น้อย 

 

 

เรารีบแต่งตัวลุคเฟสติวัล ใส่ jumpsuit ขาสั้น collectionใหม่ของ Summer Project ลายtropical หน่อยๆ อากาศที่นี่เหมือนบ้านเราเปรี๊ยบเราเลยให้ชามัดผมเป็นมวยให้เราขึ้นไป โรงแรมเราอยู่ใกล้กับตัวงานมาก เดิน 15นาทีก็ถึง หน้างานมีคนยืน pre drink กันเต็ม เราว่าภายในงานน่าจะดริ้งค์แพงมาก แต่โชคดีที่พวกเรามี wristbandของ Mercedes สามารถไปแลก complementary drink ฟรีได้ที่บูธ

 

 เราเข้างานมาทันดู Marshmellow สามเพลงสุดท้ายพอดี vibe ในงานดีมาก แฟชั่นที่นี่ถือว่าโอมากๆถ้าเทียบกับ Summer Sonic ที่พึ่งไปมา สาวๆจะฮิตใส่เสื้อ crop topลายลูกไม้และขาสั้น มีการโรยกากเพชรที่หน้าและตามตัว ไม่ผิดหวังเลย คนในงานต้องแต่งตัวแบบนี้สิถึงจะได้บรรยากาศแบบเฟสติวัลหน่อย หลังจาก Marshmellowจบ เราก็ไปนั่ง pre drink พร้อมดู Carnage กันที่ระเบียงชั้นสองของบูธ Mercedes ได้ทั้งวิวและ free flow มุมนี้ดีเวอร์ เราอยู่ตรงนี้จบจนได้ยินเพลง “Stole the show” ของ Kygoขึ้น ที่นี่น่าแปลกใจก็คือช่วงเปลี่ยนโชว์สั้นมาก เพียงแค่ 5นาทีได้ ดีเจคนต่อไปก็ขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าหลงกับเพื่อนแล้วหากันยากชัวร์

 

พอเราเห็น Kygoขึ้นแล้วเลยรีบพุ่งตัวไปหน้าเวทีกัน เป็นโชว์ที่เราอยากดูสุดแล้ว จากครั้งก่อนที่ดูที่ Coachella ในปี 2015 ประทับใจมาก เราดูตอนฟ้ามืดหมดแล้ว ครั้งนี้ดูตอนพระอาทิตย์ตกพอดี ไปถึงหน้าเวทีบรรยากาศชิวมากเพราะดนตรีของ Kygo เราเจอแก๊งร่วมเต้นพอดี แก๊งนี้ใส่ห่วงยางรูปเต่ากันทุกคนพร้อมเต้นไปมาอย่างรั่วๆ! ฮ่าๆ เราไม่รอช้าพร้อมไปร่วมจอยด้วย เราไปเต้นด้วยอย่างเมามันเพราะเรารู้จักทำนองดีจนเค้าต้องให้ห่วงยางเต่าเรามาร่วมแก๊งเต่า ช่วงที่พีคที่สุดของเราคือตอนที่เล่น “Firestone” เป็นเพลงที่ทุกคนรู้จักดีและร้องตามได้ เราตะโกนตามเสียงทุกคนขึ้นไปบนฟ้า “We light up the world!”พร้อมกางมือกว้างขึ้นบนอากาศ เป็นช่วงเวลาที่ดีมากสำหรับเรา ดีใจที่ได้มากับชา เพื่อนตั้งแต่ประถมเรา เคยสนิทกันมากตอนเด็กๆ แล้วก็หายกันไป ดีใจที่ได้กลับมาโคจรพบกันอีก รู้สึก connectกันใหม่อีกครั้ง ดนตรีเชื่อมพวกเราเข้ากันอีกครั้ง โชว์จบลงด้วยคนดูร้อง Happy birthdayประสานเสียงให้ Kygo เราพึ่งรู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดเค้า ทำให้รู้สึกโชว์นี้ยิ่งพิเศษเข้าไปอีก

โชคดีมากที่หลังจาก Kygoจบ พวกเราเดินไปเจอปั้น และเพื่อนๆที่เหลือที่บูธMercedes พอดี พวกเราไปดู Above and Beyond พร้อมกัน นี้แหละอีกหนึ่งโชว์ที่เรารอคอย เราเรียกภาษาที่เราสร้างขึ้นว่า foamy หรือดนตรีนุ่มๆที่ฟังแล้วลอย เน้นไปทางบีทของเพลง ไม่เน้นเนื้อร้อง ให้ทำนองเพลงพาเราลอยไปในค่ำคืนนี้ อยู่ๆระหว่างที่เล่นก็มีลมลูกใหญ่พัดมาทางพวกเรา เป็นช่วงเวลาที่ฟีลดีมาก ทั้งสายลมและเสียงเพลงเหมือนจะทำให้เราลอยไปบนอากาศได้จริงๆ หลังจากโชว์จบลง Axell and Ingrosso ก็ต่อเลยทันที ต้องบอกว่านาทีนั้นทุกอย่างดูเบลอไปหมดแล้ว อยู่ๆเราทำ contact lensหายไปไหนไม่รู้ข้างหนึ่ง ตอนนี้มองชัดข้างเดียว ฮ่าๆ โชว์ผสมระหว่างเพลงเก่ากับเพลงใหม่ได้ดี แต่แค่ร่างกายเราตอนนั้นฟ้องมากว่าใกล้จะแบตหมดแล้ว พวกเรามาถึงตั้งแต่สี่โมง ตอนนี้ก็ห้าทุ่มแล้ว เต้นไม่หยุดเลยมา 7ชั่วโมงได้และ แถมยังไม่มีอะไรตกถึงท้องด้วย เราเลยตัดสินใจกลับก่อนโชว์จะจบแป็ปเดียวเพื่อหนีคนเยอะ ขากลับเราแวะซื้อข้าวเย็นหอบไปกินบนห้อง เพราะวิวน่าจะดีสุดและ

เรากลับมาถึงห้องขาแทบชา เรานั่งชิว และกินข้าวกันข้างหน้าต่าง เป็นหนึ่งในมื้อที่ดีที่สุด เพราะเหนื่อยและหิวมากกกก แถมวิวตอนกลางคืนของเกาะสิงค์โปรนี้มันสุดยอดไปเลย เป็นวันที่ยาวนานและดีมากสำหรับเรา ใครจะไปรู้ว่าจะได้มานั่งอยู่จุดนี้กับเพื่อนคนนี้ พอกินเสร็จพวกเรารีบอาบน้ำและนอน เตรียมตัวสำหรับ road tripอันยาวนานพรุ่งนี้!

พอตอนเช้ายังกับกดปุ่ม restartได้ ตื่นมารู้สึกเฟรชมาก พวกเรากระโดดเข้า GLA 250 ด้วยความตื่นเต้น ได้เวลา road tripซะแล้วววววว! พวกเราออกจาก Ritz Carltonประมาณสิบโมงได้ รถ Mercedesมากกว่า 100คันได้ออกตัวพร้อมกันบนถนน ยังกับพาเหรดยังไงยังงั้น ทุกคนมุ่งหน้าไปที่เดียวกัน กัวลาลัมเปอร์! ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 350กิโลได้ เรากับชาเริ่มต้น road trip พวกเราด้วยกันเซตมูทของรถด้วยเพลงจาก playlist ของแต่ละคน สลับกันไปมา

เราชอบเส้นทางที่ขับจากตัวเมืองสิงค์โปรไปชายแดนมาก ทุกอย่างเขียวขจีทุกทิศทุกทาง ชาเหยียบไป 140ได้ เพราะถนนโล่งและกว้างมาก แต่ในรถกลับนิ่งและสมูทมาก

ประมาณ 1ชั่วโมงเราก็ข้ามผ่านชายแดนมาฝั่งมาเลเซียแล้ว เป็นครั้งแรกเลยนะที่เราได้มาเหยียบประเทศนี้ (ถึงแม้จะยังไม่ได้ลงจากรถ) รู้สึกถึงความแตกต่างของถนนสองประเทศขึ้นมาทันที มาเลจะมีความเหมือนบ้านเราหน่อย ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า หรือถนนที่จะเล็กกว่า ถ้าขับจริงๆแล้วน่าจะใช้ประมาณ 4ชั่วโมงกว่าๆได้ แต่เพราะวันนั้นมีอุบัติเหตุบ่อยมาก เลยทำให้ใช้เวลาถึงสองเท่าได้ แต่เรากับรู้สึกดีนะที่ได้นั่งในรถนานขึ้น นานๆจะได้มาทริปกับชาที มาคิดดูแล้วก็ตลกดีนะเคยสนิทกันมากๆตอนเด็กๆ แต่พอย้ายโรงเรียนแล้วกลับไม่ได้ติดต่อกันเลย มาเจอกันอีกทีก็สิบปีได้ คนอื่นอาจจะเห็นว่าพวกเราเปลี่ยนไปเยอะมาก แต่กับชาแล้วเรายังรู้สึกเป็นชาคนเดิมที่เราเจอตอนเด็กๆเปรี๊ยบ พวกเรายังคนทำตัวบ้าบอใส่กัน และขำในมุขตลกที่ไม่มีคนเก็ท

เป็นวีคเอ็นที่สุดยอดมากสำหรับเรา ดนตรี roadtrip และมิตรภาพ คงเป็นสามคำที่สรุปสุดสัปดาห์นี้ของเราได้ดี ท้ายที่สุดต้องขอขอบคุณแคมเปญดีดีของ Mercedes และเจ้ารถ GLA250 คู่ใจที่เป็นพาหนะขับเคลื่อนพวกเรามาถึงมาเลเซียอย่างปลอดภัย และทำให้ road trip ของพวกเราสนุก และน่าจดจำ

 

 Outfit (Day1): Summer Project

Outfit (Day2): Stylemoi

 

 

We checked in Ritz Carlton and had marvelous brunch with Mercedes executives. After that Mercedes staffs announced the car that each of us was given for road trip tomorrow. The varieties of the car varied from sport to SUV. We were all excited what model we would get. I and Cha were paired on the same car, and we got GLA250, black sleek SUV, we were so happy to get this model because SUV was super fun to drive and matched our personality well! We couldn’t wait for tomorrow!

The rest of the day, we had big music festival to catch, the last day of Ultra Singapore. We thought we would quickly drop the luggage the in room and dashed out, but OMG Ritz Carlton room put some spells on us… The whole room lighted up by big panorama window, we could see the view of Marina Bay Sands and the big Ferris Wheels. The highlight about this room for me is bathroom! Everything covered with marble so (marbel)ously lol. There was a huge Jacuzzi bath tub by the octagon window, imagine bubble bath in this tube at night after Ultra, I could gaze into the city light and fully relax in this little sanctuary.

 

Too bad we didn’t have much time to spend in the room. I quickly changed to festival gear. I wore Summer Project’s latest collection, the tropical short jumpsuit. I knew that it would be hot so I had Cha bundle up my hair and now we were good to go! The venue was only 15-minutes walk from our hotel, right next to Marina Bay Sands. Outside the festival, there were so many people pre-drinking outside. So I assumed that the drink must be really expensive inside huh? Luckily, we got the Mercedes wristband that came with many complimentary drinks inside the Mercedes booth.

 

We got into the festival field just in time for Marshmellow for the last 3 songs, I was quite impressed by the festival fashion here, many girls dressed up in cute lace crop top and short, put the glitter on face and body. This is the festival I’m talking about, not just music, but people were building the festive vibe altogether! After Marshmellow done, we went to get some drinks at Mercedes booth, which was right beside the main stage. We went up to hang out on the balcony on the second floor while Carnage was up on the stage. It was a great view from up here, you got access to the bird-eye-view, plus the free flow drink! We stayed up here until Carnage ended! The little strange thing about this festival was there is no transition or recess. Right after one artist done, another come up within 5 minutes, so if you lost your friend during concert like we did, it would be super hard to find each other.

 

 

As soon as I heard the song “Stole the show” we ran down to the very front. This is my second time seeing Kygo, the first one was back in 2015 at Coachella  in the clear night sky. I had a lot of beautiful memory there, now the time was just about time for sunset. Kygo music was spreading cool vibe around all around. Everyone was in the same rhythm and mood. I found my dancing crew in the very front row. They were the wild group dancing in the turtle floaty. I joined their jolly dancing turtle crew until they gave me one floaty! We danced like there was no tomorrow because we knew the beat by our heart. The moment that the song “Firestone” hit, that was the pinnacle for me. The crowd went crazy and sang along in the same motion. I shouted up to the sky “We light up the world!” And spread my hand up in the air. It was amazing moment for me that I got to share it with my childhood friend, Cha. We grew up together and lost each other along the way, and then our path has crossed again. Tonight I felt the strong connection rebound back to the same place. Music bound us back together. Kygo soaked us in sweat and ended the show with the crowd shout out big happy birthday song to him. It was his birthday today! That made it even more special.

Luckily after Kygo, we bumped into all the Mercedes crew, Pun and the rest of the gang. And we went together in the big group to see Above and Beyond. This is the real beat that I was waiting for. I called it ‘foamy’ just pure music, no lyrics and let the beat take you on the journey through the night. The special moment for me was when the cool breeze touched the festival ground, cooling the heat wave of the crowd. Breeze and beat lifted me up high. As soon as the show ended Axell and Ingrosso showed us how to end the night. I must admit that I lost one of my contact lens along the night, so the show went by in blur for me. The act was the good mix of new and oldie song. By 11 PM, my body started to feel really sored and fatigue. And I realized that we had been dancing since 4 PM nonstop!! It’s been 7 hours already without any food. So we decided to call it a night and left the festival field shortly before the show ended to avoid the big traffic.

We went up to the room with the pack of Chinese food we bought along the way. My feet was a little numb from the rave. We just sat by the window and had one of the best meals. Felt so great to sit here chat and chill with Cha after a long day. It was a really good day for me, we went to bed early that night and prepared for a long journey next morning.

Rise and shine. As if I hit the restart button, I woke up feeling so fresh this morning. We hop in our brand new GLA 250 SUV. It’s time for road trip! 

We left Ritz Carlton around 10AM, more than 100 Mercedes cars rallied on the road like some kind of parade. All for one destination, Kuala Lumpur! It was approximately 350 km journey. I and Cha started to share our favorite songs in the playlist.

I love the scenic route from inner city Singapore to the border. I never saw this part of Singapore before, it was green rush everywhere I look. Cha was going 140 kilos per hour because the road was clear and wide. Despite that speed, inside the car still felt so smooth as we drove along.

Only around one hour we drove pass the immigration and entered Kuala Lumpur!! I have never been to KL before; it was clearly different country. KL road is somewhat very similar to Thai; same kind of tree I found back at home and smaller road. It wasn’t that long journey but there were many accidents so it took us twice the actual time. But actually I was quite happy regardless of longer time it took because I got to spend it with my long lost best friend, Cha. It’s funny that I haven’t seen her almost ten years since I changed school, but nothing changed a bit between us. We still act goofy around each other and laugh at the jokes that no one would get.

It was an epic weekend for me; music festival, road trip and best friend reunion. These 3 words would define my weekend getaway pretty well. And this wouldn’t happen without the great campaign from Mercedes-Benz and our compact 250 GLA that powered this journey and making it so memerable!

Outfit (Day1): Summer Project

Outfit (Day2): Stylemoi