05.02.16

REFLECTION ON THE UNIVERSE

Unseen Thailand

                                                                Railey Beach

ไม่รู้ทำไมเวลาคิดถึงทะเลทีไร ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นใจได้อย่างบอกไม่ถูก เราชอบคิดถึงแสงสีส้มละมุนบนหาดทรายนุ่มๆ น้ำทะเลกระทบกับแสงแล้วเป็นประกายออกมา ท้องฟ้าที่ดูอ่อนโยนในสีพาสเทล แล้วยิ่งเวลาเราดูพระอาทิตย์ตกที่ทะเลนะ เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆแค่ไม่กี่นาที แต่กับเป็นอะไรที่ตราตรึงใจเราได้ยาวนาน


เดือนที่แล้วเราโชคดีที่ได้ไปสัมผัสประสบการณ์แบบนี้กระบี่ กระบี่ถือเป็นหนึ่งในที่โปรดเราเลยเวลาต้องการจะหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่และหาความสงบ กระบี่เป็นเมืองเล็กๆ เงียบๆ แต่มีอะไรให้น่าค้นหาเยอะมากจนไม่รู้จะเริ่มจากไหนก่อนเลย เอาเป็นว่าตั้งแต่แรกเลยละกัน

It’s beginning of spring. I bet we all just daydreaming ourselves on the beach in faraway island.


Beach always gives me such a romantic whimsical touch. Gliding on soft sand, watching the reflection of crystal clear water, pastel color sky, and feeling a warm touch of the sunlight. And whenever I look at the sea by sunset, my eyes get widen, so is my heart. The moment like this is short, but can last in your mind eternally.


Last month I had the opportunity to witness all this in Krabi. Krabi has always been my favorite destination to escape for serenity. This quite little town has so much to offer. I don’t know where to begin. Let me start from the beginning then…


Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach 
Railey Beach

LOCATION: Railey Beach, KRABI

เราไปถึงกระบี่ตั้งแต่เช้าตรู่ ถึงแล้วก็นั่งรถมาที่โรงแรมมาเช็คอินที่โรงแรมก่อนเลย เราพักที่ Srisawara Casa เป็นโรงแรมบูทิคเล็กๆ น่ารักๆที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกระบี่เลย ที่เด็ดคือมันอยู่ใกล้กับตลาดคนเดินตอนกลางคืนมาก ออกมาเดินเล่นได้สบาย พอเราไปถึงก็นั่งรถสองแถวมาที่อ่าวนาง ซึ่งเป็นหาดหลักของเมืองกระบี่ ที่นี่แหละเป็นแหล่งศูนย์รวมนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ ทั้งร้านอาหาร บาร์ และท่าเรือมากมาย จากท่าอ่าวนางเรานั่งเรือหางยาวรับจ้างไปลงหาดไร่เลย์


ไม่กี่นาทีเราก็มาถึงหาดไร่เลย์ ถึงแล้วต้องร้องโหหห ที่นี้มันภาพจากโพสการ์ดชัดๆ แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่หาดที่สวยแค่นั้นนะ ที่นี่ถือเป็นสวรรค์นักผจญภัยอีกด้วย ว่าแล้วเราก็เริ่มสำรวจที่แรกก่อนเลย นั่นคือถ้ำพระนาง ในถ้ำเราต้องเดินบนสะพานไม้ที่ยกตัวสูงซึ่งทำให้เราได้เจอกับหินงอกหินย้อยที่เรียงตัวสวยงามมากมาย พอเดินไปสักพักก็สังเกตได้ยินเสียงกรีดร้องของค้างคาวมากมาย พอมองขึ้นไปถึงแม้ว่าจะมืดมาก แต่พอสายตาเราเริ่มชินกับความมืดแล้ว เราก็เห็นได้ว่าค้างคาวนับร้อยนับพันได้เกาะอยู่บนผนังถ้ำ!! ตอนนั้นสยองมาก คิดดูนะ ถ้าทำทั้งฝูงแตกตื่นขึ้นมา เราคงวิ่งหนีไม่ทัน ว่าแล้วเราก็รีบย่องแอบออกไปจากถ้ำด้วยความรวดเร็ว


ที่ต่อไปที่เราจะไปคือลากูน เราเคยได้ยินมาว่าใครที่มาไร่เลย์แล้วสามารถพิชิตลากูน ต้องมีความถึกอยู่พอตัว ลากูนอยู่หลังหาดไร่เลย์ เราออกเดินเพื่อตามหาลากูน เดินไปสักพักก็ผ่านหน้าผาสูง เราเห็นคนรอต่อแถวจะไปปีนผาเต็มเลย มีชายคนนึ่งที่กำลังปีนอยู่ อยู่ๆก็ร้องโอดครวญออกมาเสียงดัง ดูตัวสั่น ถ้าทางพี่แกจะกลัวความสูง เห็นตะโกนออกมาเพื่อระบายความกลัวหลายครั้งมาก ทุกคนที่ดูอยู่ด้านล่างก็เอาใจช่วย ร้องปรบมือและตะโกนกับไปว่า “You can do it!” ในที่สุดชายคนนั้นก็ทำสำเร็จ เขาได้ไปถึงยอดตามที่ตั้งใจ เราเดินออกมาจากเหตุการณ์นั้นด้วยความคิดที่เปลี่ยนไป ชายคนนั้นได้เอาชนะความกลัวจนสามารถปีหน้าผาที่สูงชันได้ ต่อไปนี้ถ้าเรามีปัญหาอะไร เราอยากจะเผชิญหน้ากับมันให้เต็มที่และเอาชนะความกลัวนั้น  และออกมาจาก Comfort Zoneให้ได้


จากนั้น เราเดินออกมาจากหน้าผานิดเดียว เราก็เจอทางเข้าลากูนและ เป็นหน้าผาสูง แต่ยังดีที่มีเชือกให้เราปีน คือวันนั้นเราแต่งตัวไม่เอื้ออำนวยในการปีนเขามาก ใส่กระโปรงลายดอกยาวยังกับพจมาน เราเลยพับชายกระโปรงยาวมายัดเข้าไปในขอบเอวกระโปรง เปลี่ยนจากกระโปรงยาวให้เป็นเหมือนกางเกงขาสั้น พอแปลงกายเสร็จเราก็พร้อมลุย! ทางเดินไปสู่ลากูนนี้ไกลกว่าเราคิดเยอะเลย เราต้องไต่เขากว่าชั่วโมงได้ เส้นทางมันโหดจริงๆเหมือนที่เค้าว่ากัน มีทั้งไต่เขาขึ้น และลง ทางลงนี้สิเอาเรื่อง เพราะเขามันชันมากกกกก เราต้องใช้กำลังแขนประคองน้ำหนักทั้งตัวให้อยู่ให้ได้ มีอยู่ตอนนึ่งที่เหมือนจะไม่ไหวแล้ว เหมือนจะตกลงมาให้ได้ แขนเริ่มชาไม่มีแรง แต่ยังไงเราจะกำเชือกแน่น เพราะถ้าตกไปจริงๆ คงต้องเข้าโรงพยาบาลหลายวันชัวร์ เราเลยออกแรงเฮือกสุดท้ายประคองตัวเองลงมาถึงพื้นในที่สุด เหงื่อโชกเลยทีเดียว พอหันหลังกลับไปก็ถึงแล้ว ด้านหน้าเราเป็นลากูนขนาดยักษ์ที่ล้อมไปด้วยภูเขาสูง เป็นโมเม้นท์ที่ฟินมาก อย่างเดียวที่เรารู้สึกแปลกคือสีของน้ำ มันไม่ฟ้าใสเหมือนลากูนทั่วไป แต่ดันขุ่นเหมือนโคลน สาเหตุก็เพราะฝนพึ่งตกเมื่อเช้า เลยทำให้น้ำที่ใสกลายเป็นน้ำโคลนอย่างงี้ แต่เราคิดไปคิดมาก็สวยไปอีกแบบ เรานั่งลงชมผลงานตัวเองพักใหญ่ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ก่อนที่จะจากไปด้วยความรู้สึกภูมิใจ
วันนั้นเราออกจากเกาะไร่เลย์ด้วยความรู้สึกดีดีหลายอย่าง นั่งมองดูแสงพระอาทิตย์อ่อนๆ ที่กระทบกับน้ำทะเลจนทำให้มันระยิบระยับสวยงาม เราออกมาจากเกาะด้วยความคิดที่อยากที่จะเอาชนะความกลัวเหมือนชายคนนั้นที่พิชิตความสูงของผาได้ และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค แม้ว่าหนทางจะยากลำบากขนาดไหน เราเชื่อนะว่าถ้าเราตั้งใจทำอะไรมากมากสักอย่าง ยังไงก็ต้องมีอะไรเกิดขึ้นจากความพยายามนั้น

Top: La Boutique    Skirt: The bohemian rhapsody

Photophrapher: Jason P

We arrived in Krabi in the early morning, and checked in to Srisawara Casa Hotel which is a cute little boutique hotel right in the middle of downtown Krabi. The best part is that it’s only a block away from the night market that we planned to go in the evening. We took a city bus (What Thai people called ‘Song-Teaw’) to Ao Nang beach. Ao Nang is the main beach in Krabi, it’s the area where you could find many bars and restaurants, and a pier that connect to many islands. We took a ferry from Ao Nang to Railey Beach.


Here in the tropical paradise, not just beautiful area to get a postcard-like picture, but I can put on my adventure hat and explore the area. The first area I went is the cave called Pranang. When we went inside, it was dark narrow wooden bridge that led us to many stalagmites and stalactites. As we walked inside the cave, we could hear a squeaking sound of a thousand bats from up there. When I looked up, it was a complete darkness but my eyes could catch moving creatures in the dark, so we decided to quickly escape the cave before we awake a whole colony of bats.


Our next destination was the lagoon. I heard from people that the way to the lagoon is not easy at all, the one who conquer the way to the lagoon must possess a certain strength. Lagoon was located at the back of Railey beach, I walked pass a group of rock climber who were waiting in line to climb. One guy up there was scared of the height. Despite that fact, he was already 20 feet up in the air. He was screaming out loud by his own fear, people from down here cheered for him and shouted back “You can do it!!” It was such a memorable scene. His hand and body were shaking fiercely and screamed out. And eventually he made it! He reached the summit, he overcome his own fear! I left the scene feeling inspired to step out of my comfort zone too.


And just around the corner, I arrived at the entrance of the lagoon which is a big cliff. Luckily, there were rope attached so we could climb up there more easily. That day I wore a yellow long floral dress, it was extremely difficult for me to move around. That’s why I transformed my long skirt into a pant by tugging the tail of the skirt into my waistline of the skirt. The hike to the lagoon was a lot longer than I expected, I think it took us almost an hour. First, it’s the hike up, then we hiked down. The way down was really tough because it was very steep, and high. If I let go of my grip, I would end up in a hospital so I had to use all the strength in my hand to climb down, I was soaked in sweat. And there it was, I saw a lagoon before me. It was not as clear as I imagine, the rain from the morning has turned water into mud. Strangely as it seemed, but I also enjoyed this version of the lagoon I saw. I hanged out there a bit to look at my little triumph moment before I left back to the beach.


We left Railey by the sunset. The sunlight hit the sea and sparkled everywhere. It was precious day, I was tired but contented. I left the island musing many thoughts in my head. I want to be brave enough and be out of my comfort zone like the guy on the cliff today, and I learned about my little achievement that I never give up until I reach my destination.  

 

Top: La Boutique    Skirt: The bohemian rhapsody

Photophrapher: Jason P