19.01.15

MONOTONY

Outfit

                                                house on Sathorn

เราเกิดเเละโตที่เมืองไทยมาตั้งเเต่เด็ก ตั้งเเต่จำความได้ เสื้อผ้าประจำวันที่เราใส่บ่อยที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นเสื้อนักเรียนนี้แหละ ทุกๆเช้าแทบไม่ต้องคิดเลย เดินไปตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อสีขาวเเละกระโปรงยาวสีดำออกมา ทุกๆวันต้องใส่เครื่องแบบนักเรียนสีขาว-ดำ จะมีสีสับหน่อยก็คงเป็นหน้าหนาว (ประมาณ 2 วันทั้งปี) ทุกๆคนจะได้ใส่เสื้อกันหนาวสีสดใสมาอวดกัน

และแล้วในที่สุด วันที่เรียนจบ..

ลาก่อนชุดนักเรียน ฉันจะไม่ได้เจอแกอีกต่อไป เเละเซฮัลโหลทู นิวมี! จะใส่เสื้อผ้ามันให้ทุกสไตล์เลย  เราคิดในใจ

เเละเเล้ววันรุ่งขึ้นที่เรารอคอยก็มาถึง เราตื่นเช้ามาด้วยความกระตือรือร้น พร้อมเดินไปหน้าตู้เสื้อผ้า เเละหยุด เรายืนครุ่นคิดอยู่นานมาก 

เห้ยยย จะใส่อะไรดี?? ทำไมมันยากอย่างงี้!! เราไม่ได้เตรียมตัวมา

ทุกๆวันเคยหยิบแต่เสื้อขาว กระโปรงดำ พอมีโอกาสเลือกเสื้อผ้าได้เองแบบนี้เเล้วรู้สึกตันๆแฮะ สองสามสัปดาห์เเรกไม่เท่าไหร มาย่างเข้าเดือนที่สอง สาม ขอสารภาพเลยว่าเหตุการณ์ทุกเช้า เป็นปัญหากับชีวิตมากคะ ไอ้เรื่องวันนี้จะใส่อะไรเนี่ย  เราก็เป็นคนไม่ชอบใส่อะไรซ้ำๆด้วยละสิ

เราเชื่อว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดเพียงเเค่เราคนเดียว!

 

For the past 20 years that I lived in Thailand, the choice of what I wear has been bound solely by school uniform. Every morning, It become too easy for me to walk straight to the closet and grab white collar shirt and long black skirt without thinking (Yes, this is my school uniform) Everyday outfit is all the same, black and white, colorless. The only fun time we can have is during wintertime, where you could bring your colorful cardigan to school (which in fact, last only few days throughout the whole year, 2/356 chance is pretty low) 

When we all graduate, the school days are finally over.

 Say Goodbye the good old uniform, say hi to new me, I will wear everything I want! 

And when that morning of freedom came, I woke up with eagerness. I walked straight to closet, and paused in front of it a while. Oh well, this is harder than I thought, what should I wear??? I didn’t prepare for this at all! My whole life has been black and white clothes. And when the chance comes, I simply don’t to what to wear! First few weeks are not too bad, but on the second and the following week and such life issue for me that I have to deal with every morning. What to wear? What to wear??? Plus I hate wearing the same stuff! I bet I’m not the only one who experience this problem isn’t it ☺ 

 


house on Sathorn 
house on Sathorn 
house on Sathorn 
house on Sathorn 
house on Sathorn 
house on Sathorn 
house on Sathorn 
house on Sathorn 
house on Sathorn 
house on Sathorn 
house on Sathorn 
house on Sathorn 
house on Sathorn 
house on Sathorn

LOCATION: House of Sathorn, BANGKOK

เราว่าเป็นปกติสำหรับคนไทยอย่างพวกเราเนอะ ที่ค่อยข้างจะเขินอายที่จะแสดงออกในการเเต่งตัว เพราะตั้งเเต่เด็กๆเราแถบจะไม่ต้องคิดถึงเรื่องนี้เลยนะสิ ทุกๆวันใส่ชุดนักเรียนสบายใจเฉิบ พอโตขึ้นจะใส่อะไรทีก็ยากขึ้น เเละมักเลือกที่จะใส่อะไรที่เซฟๆ เลือกใส่ตามๆกัน ขอให้เซฟไว้ก่อน กลัวว่าใครจะมองว่าแปลก เสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่เราเห็นบ่อยจะเป็นพวกขาว-ดำ สไตล์มินิมอลเหมือนที่เราใส่อยู่วันนี้ แต่ถ้าใครชอบขาวดำเเล้วจริงๆละก็ เราขอเเนะนำให้ใส่สีที่ตัดลงไปในลุ๊คเช่น ลุ๊คนี้เราเพิ่มเสื้อกั๊กขอบทองวินเทจ และกระเป๋าคลัชสีมรกต แค่นี้ก็ดูมีอะไรขึ้นเยอะเเล้ว พร้อมที่จะลุยกับวันใหม่เเล้ว ☺ 

แต่ที่จริงเราว่า ไม่ต้องไปคิดมากคิดเยอะหลอกว่าใครจะมองว่าอะไร ถ้าเราชอบเสื้อสีชมพูปรี๊ดสะท้อนแสงก็ใส่ไป มั่นใจกับสไตล์ของตัวเองไปเลย ไม่มีอะไรที่เรียกว่าถูกหรือผิดในโลกแฟชั่น แต่มันคือควานรู้สึกของผู้ใส่ต่างหาก เราชอบนึกไปถึงถนนในฮาราจุกุ ชอบเห็นเด็กวันรุ่นหลายคนแต่งตัวกับแบบจี๊ดๆ เดินกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครว่าเค้าเป็นตัวประหลาด ที่แสดงออกไม่เหมือนใคร เราว่าทุกคนกับชื่นชมในความเป็นตัวของตัวเอง เราว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก 

เราอยากเห็นบ้านเราเป็นแบบนี้บ้างจัง ไม่ต้องถึงขนาดฮาราจุกุ แต่แค่เรากล้าที่จะใส่อะไรเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวเองเราว่ามันเป็นเเรงบันดาลใจจะตาย เวลาได้เห็นอะไรที่แปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อผ้า สีเสื้อ สไตล์การตัดเย็บ หรือลายบนเนื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ โลกแฟชั่นมันไม่มีที่สิ้นสุดหรอก เชื่อเราสิ อย่างเดียวที่สามารถหยุดเราได้คือตัวเราเอง เพราะฉะนั้น อย่าลิมิตตัวเองแค่สองสีคือ ขาวกับดำ เติมเเต่งสีสันลงไปหน่อย ☺ 

Vest & Shirt & Skirt: Senada Theory,    Sunglasses: Mini Karats

Photographer: Icezphoto

Well, for us ‘Thai people’ we are not so used to expressing ourselves with clothes since we were little. Most of Thai schools are required to wear a school uniform. And when we grow up, we tend to choose the safe zone, following all the trends from celebrities or a group of friends, the safe space that I am conformed with society’s fashion, I didn’t stand out in front of a crowd ,and therefore I’m safe from picking out. The basic outfit that I normally see Thai chic wear is black and white minimal style, like what I’m wearing today ☺ If you fond of monotone color, my suggestion is to pop the color on the flat look. Like this one, I added a vintage golden vest and emerald-color crutch. Now it’s not blank black and white! I feel more energetic and ready to rock my day ;)

But you know what? Don’t think too much about what other people have to say. If you’re happy wearing neon pink T-shirt or bold printed blazer, just do it! This reminds me of Harajuku street in Japan. Many Japanese teens walk on street with such a bold fashion, making their own statement, I don’t think that’s weird but very admirable. You dare to be different! 

I love to see Thai people embrace some courage and be brave to express our individuality. It’s inspiring and refreshing to see people wear a different style of fabric, interesting color, and innovative tailoring style!  The possibility in a fashion world is endless, the only limitation is yourself! So don’t limit to just plain black and white and add a little color to life ☺ 

 

Vest & Shirt & Skirt: Senada Theory,    Sunglasses: Mini Karats

Photographer: Icezphoto