01.07.16

LOW KEY SF

USA

                ang sila

สวัสดีเพื่อนๆทุกคน ขอโทษที่หายไปสัปดาห์ที่แล้ว พอดีเสาร์ อาทิตย์ก่อนไปเรียนถ่ายรูปมา เราอยากจะถ่ายรูปแบบโปรมาตั้งนานแล้วล่ะ เพื่อนๆลองคิดดูนะ ถ้าได้ไปเที่ยวที่ไหนบนโลกกับกล้องคู่ใจหนึ่งตัว ได้เก็บภาพสถานที่เหลือเชื่อ Freezeโมเม้นท์พิเศษไว้ คงจะดีไม่น้อย ต้องบอกเลยว่า ทักษะการถ่ายรูปเราตอนเนี้ยเด็กน้อยมาก ที่ถ่ายมาเห็นกันในบล็อกก็ถ่ายผิดๆถูกๆ พอถูไถ (เดี๋ยวเพื่อนๆลองดูรูปในเรื่องที่จะเล่าให้ฟังที่ San Francisco ดูจะรู้) สัปดาห์ที่แล้วเราเลยไปเรียนถ่ายภาพท่องเที่ยวมา จริงๆต้องบอกไปก่อนว่าคลาสนี้เป็นคลาสที่แอดวานซ์มาก ควรจะเริ่มเรียนจากคลาสบีกินเนอร์ก่อน แต่เราดันเอ๋อเข้าไปเรียนคลาสขั้นเทพ เลยงงกับศัพท์ต่างๆที่เรียกกันในคลาส ยังโชคดีที่เพื่อนๆร่วมคลาสใจดีมาก คอยให้คำแนะนำและอธิบายเบสิคให้ฟังหลายอย่างมาก วันนั้นพวกเราได้ไปทริป ถ่ายภาพสั้นๆ อ่างศิลา ชลบุรี พวกเรานั่งรถไป 2 ชั่วโมง แป๊บเดียวก็ถึง จุดเด่นของสถาที่นี้คือ ซากเรือที่เกยตื่นตรงชายหาด พวกเรารอให้แดดอ่อนเกือบพระอาทิตย์ตกดินแล้วค่อยเริ่มถ่ายกัน เราก็ลองเอาเทคนิคที่เค้าเล่าให้ฟังในคลาส งงบ้าง เข้าใจบ้าง แล้วก็ถ่ายมั่วๆ ตามประสาของเราไป จนกระทั่งถ่ายตอนที่แสงมันน้อยมาก เลยทำให้เหลือกลายเป็นเงา เราเลยสงสัยว่าถ้าถ่ายคนไปด้วยและให้เรือเป็นฉากหลัง จะถ่ายติดไหม เราก็เลยเอากล้องไว้บนขาตั้ง และขยับห่างออกมาสองเก้าจากขาตั้งกล้อง ตอนนั้นพี่ๆที่อยู่ข้างข้างเขาเลยจะช่วยถ่ายให้ ไอ้เราก็ขยับออกไปอีกสี่เก้าได้ให้ใกล้เรือขึ้น และไกลกล้องมากขึ้น พอดีเป็นจังหวะที่น้ำทะเลลูกใหญ่พัดมาสู่ชายฝั่ง เลยพัดเอาขาตั้งและกล้องเรา ตกน้ำจ๋อมไปต่อหน้าต่อตาเรา เรารีบหยิบกล้องที่ตกทะเลขึ้นมา ก่อนยืนไว้อะไรมันซักพัก RIP Fuji XA1 เราจะจดจำว่าแกเป็นกล้องแรกที่เราใช้ถ่าย Stellar Balcony แต่เอาเหอะ ได้ฤกษ์เปลี่ยนกล้องพอดี คิดอยู่แล้วว่าจะซื้อหลังเรียนจบคราส ได้ซื้อจริงๆ จริงๆเราอยากได้กล้องที่น้ำหนักเบาพกพา สะดวก ถ่ายง่าย ถ้าเพื่อนๆคนไหนอยากแนะนำเป็นรุ่นไหน ก็บอกได้นะฮะ

Greeting everyone! Sorry, I’ve postponed my blog post last week. I’ve been taking a photography class last weekend. (Hahaha good excuse huh?) Taking a professional is always something in my bucket list. It must be so cool to travel the world with one camera in the hand and capture the most magical moment... My photography skill is technically a ‘noob’ (You can see the photo I took in the following journey in San Francisco below) So, I took the class on travel photography with Profoto Class full day last weekend. (Exclaimer: this is an advance class that you supposed to pass beginner level before, but I’m crazy enough to jump into this one...) I ended up didn’t know a lot term they mentioned in class, but luckily the people in the class were super nice, supportive and explained me all the basic. Later we went on a field trip to the closest beach to Bangkok, Chonburi. It took us around 2 hours to arrive in Ang Sila. The highlight about this place is the mysterious shipwreck that found on the shore. This is where we will take a photo! We waited until sun was taking off the sky, that’s when the light is not too strong. I set the camera on a tripod and tried to capture the best twilight photo of the shipwreck despite little knowledge that I know about taking a professional photo, I tried my best. And at some point when the light was so low, I could only capture the silhouette, I wasn’t sure if I can capture a person in the dim light like this. So I set on an experiment, set on self-timer and leaped few steps away from my tripod. At that moment, people in the class tried to help me with an experiment that’s when I stepped closer to the boat, further from my camera. Little that I know that the wave on that day was so strong, it actually pushed the tripod and my beloved camera into the big blue oceannnnnnnn in one second in front of my face… RIP my one and only Fuji XA1. You will be remembered as the first camera I used for Stellar Balcony. I’m sad but at the same time, I think it’s a good time to upgrade! Right now I’m looking for something light, compact and easy to operate. You guys feel free to suggest me what you think would be a good fit!


ang sila 
ang sila

LOCATION: San Francisco, USA

รูปอันบนเป็นรูปที่เราชอบที่สุดเพื่อนในคลาสเป็นคนถ่าย ส่วนรูปล่างคือรูปเอง ฮ่าๆๆ

กลับมาเข้าเรื่องของเราดีกว่า ปูเป้พานอกเรื่องไปไกลมาก ฮ่าๆ จริงๆวันนี้จะมาเล่าให้ฟังเพราะมีเพื่อนเราหลายคนชอบถามเรามาว่า ถ้าไปซานฟรานซิสโกทำอะไรดี จริงๆแล้ว SFเป็นเมืองที่เราชอบที่สุดที่เราเคยไปมา จริงถ้าจะให้เล่าว่าทำอะไรได้บ้างในเมืองนี้ กลัวบทความนี้จะยาวไปเดี๋ยวเพื่อนๆเบื่อกัน เราจะค่อยๆทยอยเล่าให้ฟังนะ ถ้าเพื่อนๆนึกถึง San Francisco จะคิดถึงอะไรเป็นอย่างแรก Golden Gateใช่เปล่า? สะพานสีแดงอันใหญ่ยักษ์ที่เชื่อม Pacific Ocean กับ SF Bay Area แต่ถ้าจะให้ปูเป้แนะนำ เค้าจะไม่ใช่แค่ขับรถผ่านแล้วไปถ่ายรูปอย่างเดียวเท่านั้น ม๊า เดี๋ยวจะบอกวิธีการเที่ยวแบบสุดๆใน SFกัน

เราเริ่มต้นที่ Japanese Tea Garden ใน Golden Gate park ที่นี่จะมีค่าเข้าสำหรับ local $5 และ $7 สำหรับนักท่องเที่ยว แต่ถ้าเรารีบมาก่อน 10 โมงก็จะได้เข้าฟรี ตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้เข้ามาใน Japanese Tea Garden เราจะรู้สึกเหมือนแว้บไปโผล่ที่ญี่ปุ่นเลย ข้างในตกแต่งร่มรื่นมากมีต้นไม้ที่อิมพอร์ตมาจากญี่ปุ่น จุดเด่นที่สุดของที่นี่คงจะหนีไม่พ้นศาลเจ้าสีแดงที่ตั้งอยู่กลางสวน มีธารน้ำเล็กๆไหลผ่าน เช้ามาจบที่คาเฟ่ใจกลางสวน นั่งดื่ม Matcha เข้มข้นสูตรต้นตำรับ กินคู่กับโมจินุ่มๆ โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ แค่นี้ก็พร้อมเริ่มวันใหม่เเล้ว!

 

หลังจากนั้นแล้วแนะนำให้เดินไปทางทิศตะวันออกซัก 15-20นาที จะเจอย่านฮิปปี้ Haight-Asbury ที่เราเคยเล่าให้ฟังที่นี่ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะไม่พูดเยอะ สรุปให้ฟังง่ายๆว่าเป็นย่านที่เราจะหาของแฟชั่นแปลกๆ เจ๋งๆที่คิดไม่ถึงเจอที่นี่ ชอบเดิน Shopping แถวนี้มาก เพราะมันไม่เหมือนใครจริงๆ หลังจากนั้นให้เราหาร้านเช่าจักรยานแถวๆนั้น ได้ชมเมืองได้อย่างเต็มที่ เมืองนี่ขับแล้วรู้สึกปลอดภัยเพราะจะมีเลนสำหรับขี่จักรยานโดยเฉพาะ

 

สถานที่หลักที่เราจะไปกันคือ สะพานGolden Gate ระหว่างทางมีจุด highlightเยอะแยะเต็มไปหมดที่เราควรจะจอดและถ่ายรูป แต่ขอเตือนก่อนเลยว่าขับจักรยานที่เนี่ยจะต้องถึกมาก เพราะถนนมันเต็มไปด้วยเนินเขาสูงชัน ที่เราคาดไม่ถึง จนขนาดบางครั้งเราถึงกับลงมาเข็นรถจักรยานขึ้นเนิน แต่เชื่อเราเหอะว่าสถานที่แรกที่จะไปเนี่ยคุ้มค่ากับเหงื่อจริงๆ Palace of Fine Arts เป็นสถานที่ที่ถ้าใครผ่านมาเจอ จะต้องครึ่งจนอ้าปากค้างทำตามกัน คือมันสวยจริงๆลองดูในรูปสิ รูปร่างจะเหมือนกับโดมแบบกรีก โรมันขนาดใหญ่ ด้านหน้าโดมจะเป็นลากูนที่สร้างล้อมโดม ทำให้เราเห็นเงาสะท้อนของโดมบนน้ำยิ่งดูสวยไปอีก ทุกครั้งที่เราไป เราก็จะเห็นหงส์ขาวว่ายน้ำอย่างสง่าไปมาที่ลากูน จริงๆแล้วที่นี่สร้างขึ้นในปี 1915 Panama Pacific Internaitonal Exposion เพื่อเป็นศูนย์แสดงผลงานศิลปะที่รอดจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 1906  ต่อมาที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ 

ถ้าเพื่อนๆเดินไปทางขวาหน่อยข้างข้างโดมจะมีบันใดที่เราสามารถปีนขึ้นไปชั้นสองได้ ข้างบนเป็นที่โล่งกว้างเราสามารถเห็นวิวของ Palace of Fine Arts ที่ตรงข้ามเป็นบ้านแบบวิคตอเรียที่เรียงติดกันน่ารักมากๆเหมือน Painted ladyที่ชื่อดัง เราชอบไปนั่งชิวกับเพื่อนวันนี้เราสามารถแอบมองใครก็ได้โดยที่เขาไม่สามารถมองเห็นเราที่อยู่ข้างบนได้

 

จากจุดตรงนี้เราก็จะพาไปสถานที่ลับอีกที่หนึ่งชื่อว่า Lucasfilm อยู่ตรงข้ามกัน เพื่อนๆคนไหนเป็นแฟนของ Star Warsเเล้วละก็เตรียมตัวกรี๊ดดด เพราะที่นี่เค้าสร้างรูปปั้นโยดาบนน้ำพุจำลองขนาดไซด์จริง เป็นอะไรที่แปลกดีเราเลยแนะนำในไหนก็มา Palaceและ มานี่หน่อยก็ได้

  

อีกAttractionเล็กๆที่อยู่ห่างไปเพียงแค่ 5 นาที Wave Organ เกิดจากการเอาหินมาวางเรียงกันโดยมีจุดประสงค์ทำเป็นเครื่องดนตรี จะมีการสร้างท่อหลายอันให้ติดกับทะเล พอคลื่นลมพัดมาท่อ ก็จะส่งเสียงออกมาทางปลายอีกท่อหนึ่งทำให้เหมือนกับบทเพลงบรรเลงที่ขับร้องโดยท้องทะเล

 

คราวนี่มาถึงสถานที่สุดท้ายกันบ้าง เราขับขึ้นมาบน scenic route ที่ผ่านทั้งทะเลและสวน Crissy Field ต้องบอกว่าทางขึ้น เป็นอะไรที่เอาเรื่องที่สุดแล้ว เพราะมันคือที่สุดแห่งความชัน แต่เหมือนที่เขาว่ากันว่าถ้ามาซานฟานแต่ไปไม่ถึง Golden Gate ก็เหมือนมาไม่ถึง แต่ไม่นานเราก็มาถึง เห็นสะพานแดงใหญ่อยู่ตรงหน้า แต่แล้วเราก็แอบสงสัยว่า Golden Gate ทำไมต้องเป็นสีแดง ไม่ใช่ทองหรออออ? เลยไปหาคำตอบมาว่า เหล็กที่นำเข้ามาซานฟานด้วยทาเคลือบสีแดงและส้มเพื่อที่จะป้องกันการสึกกร่อน แถมถ้าเวลาหมอกลงก็จะทำให้เราเห็นสีแดงของสะพานได้ง่าย สีแดงยังเด่นตัดกับภูมิทัศน์ที่เป็นทะเลได้อย่างสวยงาม พวกเราขี่จักรยานไปตามสะพานจนถึงครึ่งสะพาน ณ  จุดนี้เหมือนยืนอยู่บนน้ำเลยเพราะทั้งสองข้างก็คือ ทะเลแปซิฟิก แต่ที่เราชอบมากที่สุดคือตอนขี่กลับ เราใช้เส้นทางผ่านป่าใน Presidio พอขี่เข้ามาแล้วเหมือนอยู่อีกฟิวกับเมืองเลยอ่ะ ข้างทางเป็นป่าไม้สูงใหญ่ แถมยังได้กลิ่นธรรมชาติ ดิน ฝนอย่าลืมนะว่าเราต้องขับลงเนินกัน ตอนลงเนินอ่ะเรารู้สึกบินได้เหมือนฉากในหนังเรื่อง E.T. Go home เลย รู้สึกอะดรีนาลีนหลั่งทั่วทั้งร่างกาย เป็นความรู้สึกที่ฟินมาก

 

ซานฟรานซิสโก เป็นที่ที่เรามาทีไรไม่เคยเบื่อ ทุกครั้งที่เรากลับมาเราจะรู้สึกอิสระปลดปล่อย เรารู้สึก inspire กับculture ผู้คน และสถานที่ ทำให้เราอยากวิ่งเข้าตามความฝันของตัวเอง เป็นเมืองที่มีความพิเศษและเป็นแรงบันดาลใจให้กับเราอย่างมากในการดำเนินชีวิต ที่นี่เป็นที่ที่อากาศเหมาะกับการออกไปเดินเล่นนอกบ้านมาก ไปคาเฟ่เล็กๆ ขี่จักรยานและชมวิวธรรมชาติข้างทาง ปิคนิคบนยอดเขา พร้อมดูพระอาทิตย์ตกในสี pastel จากทุกมุมมองของเมือง และทำซ้ำครั้งเเล้วครั้งเล่า

สำหรับครั้งต่อไปเดี๋ยวเรามาเล่าให้ฟังต่อว่าสถานที่ไหนเป็นที่ที่เราชอบแฮงค์เอ้าท์ที่สุดในซานฟานหรือที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ :) เจอกันนะ!

Top: T and T    Pant: H&M

 

 

and the top is this my favorite picture of my classmate, the bottom is my best shot of that day.

 Back to real story… (I sidetracked you guys a little… yes, just a little) A lot of people asked me what do to in SF or so-called San Francisco. Obviously, it’s most favorite city in the world for me. I could go on and on about it in one day, so I would take my time and slowly share you my favorite things I like to do in SF!  First, when you think of SF, you think of Golden Gate right? (Which is something that local doesn’t really care too much :P) Touring SF in my way is not just driving pass it and take a picture! I’ll share with you, my favorite route to see Golden Gate.

I started in Japanese Tea Garden in Golden Gate Park. There is an admission fee of $5 for residents and $7 for non-residents, I suggest to come before 10 AM to get free enter. Once you step into the Japanese Tea garden, you’ll feel like you have teleported to Japan! I love how serene this place made me feel. The red shrine in the middle of the garden is the great landmark. I love to get my traditional brewed matcha and mochi while absorbing the nature surrounded by. Now I’m fully awake and ready to start my day! 

Next stop, walk around 15-20 minutes to the East of Golden Gate Park to Haight-Ashbury! (Remember the hippy district I mentioned in older article? HERE) I won’t go on too much detail about it in this article, but to recap it’s an area where you could find the coolest and most unexpected fashion item, I always enjoying shopping here. Once you’re done shopping, find yourself a bike shop around there, cause we’re going sightseeing! I always love biking here because it feels safe, biker will have their own bike lane wherever they go.

The main destination is Golden Gate, but along the way, there are many highlights that I would like to spot out. Biking in SF is like a roller coaster, it is extremely dynamic! Sometimes I just want to walk my bike up the hill, but trust me the first stop is really worth the sweat. We biked up North to Palace of Fine Arts. Everyone that passes this place jaw drop… I mean it’s just stunning! The architecture is like elegant Geek dome, reflected on the lagoon into beautiful symmetrical reflection. I often found a swan swimming gracefully swimming on the lake. You may wonder what is this place for? It actually built over a decade in 1915 as the Panama–Pacific International Exposition which is to showcase many art pieces that survived in big Earthquake in 1906, it’s now a tourist attraction. 

My secret spot that I like to hangout is a little stairway by the side of the dome. I like to climb up those stairs and chill on the second floor open air space. Here, you can see the Bird’s-eye view of the place over the lagoon, and many Victorian houses in a row like the famous Painted-Lady. It’s such a secret spot that no one will notice you while you can observe them from up here.

 

From this point before, I would like to point out another secret spot that few people know! Opposite the Palace of Fine Arts is Lucasfilm, you will find a life-sized Yoda fountain in front of the building! Any Star Wars fanatic should put it on the must list.

 

Now biked up to the beach, next to Palace of Fine Arts is the beach. If you have sometimes, I would suggest you stop by Wave Organ. It’s just 5 minutes away where we were. Many rock sculptures constructed on the shore including pipes making beautiful music played by the ocean. The sound is created by the impact of waves against the pipe ends and the subsequent movement of the water in and out of the pipes.

 

Now moving to our last destination! We toke the scenic route pass Crissy field and beach move up to the Golden Gate. Now you’ll understand how hilly is SF. It’s the toughest route going up to the end of the bridge. But it is a must! One said if you didn’t make it to Golden Gate, you didn’t make it to SF. And why does it red, not gold? The steel arrived in SF was red/ orange to protect from corrosive matter. It’s visible during foggy weather and the color is a good fit for Pacific Ocean, that’s why red is the right color. We biked to half of the bridge and looked out to magnificent view, it’s like we were up in the sky, both side of us are Pacific Ocean. We spent sometimes there before retuned back to the same route. On the way down the hill we passed the forest in Presidio, it’s like flying down the hill like in the movie, E.T. go home! Amazing adrenaline rush through my vein.

 

Bay area is a place I never get bored. Every time I come back, I feel so liberated and inspired by its cultures, people, and places to be adventurous, and to pursuit a dream. The perfect weather to stroll around the city and get breakfast in a local cozy cafe. I could drive my bike on the scenic route up the hill, picnic at the summit and watch the view of beautiful vanilla sky at sunset in any part of the city, and repeat it all over again. 

Until next time, I’ll promise to share to you my most favorite hangout spot in SF or the entire world!       

Top: T and T    Pant: H&M