24.02.16

HIDDEN GEM IN CHIANG RAI

Unseen Thailand

chiang rai

นี่ก็เกือบ5ปีได้แล้วสินะที่เราไม่ได้ไปแอ่วเหนือ ภาคเหนือใครไปเหยียบก็ต้องรู้สึกต้องมนต์ขลัง มีทั้งวัฒนธรรมมากมายที่แฝงอยู่ในวิถีชีวิตของชาวบ้าน สถานที่ อาหาร และศิลปะนานา สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่เราจะไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่เราเข้าใจเลยว่าทำไมมีหลายๆคนที่กลับมาเที่ยวทุกปีมากกว่าสิบครั้ง เพราะวีถีชีวิตแบบเนิบๆ ที่เรียบง่าย ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายกับธรรมชาติรอบตัว แถมที่นี่ยังเป็นเมืองของศิลปินระดับโลกหลายต่อหลายท่าน 

ทริปนี้เราได้โอกาสไปเที่ยวกับแม่ ดีเลยไม่ได้เที่ยวกันมาตั้งนานแล้ว เรารู้ว่าวันนี้ต้องไปหลายที่มาก เลยอยากใส่อะไรที่สบายๆขยับตัวไปมาได้ง่าย แต่ก็ยังเน้นที่สไตล์ เราเลือกกางกางลายปริ้นท์ของรสนิยม แบรนด์นี้มีจุดเริ่มต้นเล็กๆที่ตลาดจตุจักรจนเติบโตเข้ามาอยู่ในห้างหรูๆ เป็นอะไรที่เรานับถือมากมาก ด้วยความที่คงไว้ในคอนเซ็ปท์ที่หยิบยกความบกพร่องของคนมาถ่ายทอดให้ดูสวยงาม ส่วนมากจะเป็นดีไซน์ที่เน้นใช้สีขาว ผสมกลิ่นอายความเป็นวินเทจเข้าไปโดยการใช้ลูกไม้ เราชอบที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานหลายหลายรูปแบบและมีเอกลักษณ์ออกมาจากสีเดียวได้ สำหรับตัวเสื้อเราเลือกใส่คู่กับเสื้อสายเดี่ยวลายครามของมิลิน สีจะได้ออกมาโทนเดียวกัน 

 

It’s been approximately 5 years since I went to Northern part of Thailand, to be more precise, Chiangrai. I forget how charming it really was! There is unique culture embedded in people’s way of living, place, art, and food. Most of the places, we tend to travel only once, but I could understand now why people would come here every year over ten times. It’s simple way of living, slow pace, the serenity surrounded in the city. Chiangrai is a city of a world-class artist, and rich nature! 

This trip I came with my mom, it was a long time since last time I traveled with her. Today I know that we will travel to a lot of places, so I want to wear something comfortable and yet stylist at the same time. I went for Rotsaniyom printed long pant. It’s the brand that has a humble beginning at JJ market, embraces the idea of an individual imperfect beauty ideal, moving its way to rising designer brand and now has a retail shop in leading department store. Most of the clothes are white mixes in vintage touch by using laces. I love how they curate such a variety artistic piece out of the white theme. And for the top, I matched with Milin tube top, that went with the blue color of my pant. 

We arrived in Chiangrai early on Saturday morning, we went straight away to Rai Cherntawan. I love the meaning behind it; a field that let the Dhamma to be a light to guide people to the right path. It’s the place to enlighten our mind with Dhamma (Buddhist’s lesson). People come here to meditate and elevate their mentality’s level. The temple is located in the beautiful landscape of the big lush green field that the big river passes through, and a big mountain in the background. And at the backyard, I discovered a huge sunflower field that reflected brightly in the sun, I wish one day I could come here and meditate in this sanctuary land. 

 


chiang rai 
chiang rai 
chiang rai 
ไร่เชิญตะวัน 
ไร่เชิญตะวัน 
ไร่เชิญตะวัน 
ไร่เชิญตะวัน 
ไร่เชิญตะวัน 
wat rong khun 
wat rong khun 
wat rong khun 
wat rong khun 
wat rong khun 
wat rong khun 
wat rong khun 
wat rong khun 
wat rong khun 
wat rong khun 
Singha Park 
Singha Park 
Singha Park 
Singha Park 
Singha Park 
Singha Park 
Singha Park 
Singha Park 
Singha Park 
Baan Dum Museum  
Baan Dum Museum  
Baan Dum Museum  
Baan Dum Museum  
Baan Dum Museum  
Baan Dum Museum  
Baan Dum Museum  
Baan Dum Museum  
Baan Dum Museum  
Baan Dum Museum  
Baan Dum Museum  
Baan Dum Museum  
Baan Dum Museum

LOCATION: Hidden Gem, CHIANG RAI

เราไปถึงที่เชียงรายเช้าตรู่วันเสาร์ พอถึงปรั๊บก็ไปที่ไร่เชิญตะวันเป็นที่แรก เราชอบความหมายของชื่อนี้มาก เชิญธรรมะมาเป็นแสงสว่างนำทางชีวิต ที่นี้่เป็นที่ที่ท่านว.วชิรเมธีสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์เผยแผ่พุทธศาสนา เปิดให้คนมาวิปัสสนา สถานที่จะตั้งอยู่ในเนินทุ่งหญ้า ที่เต็มไปด้วยดอกทานตะวันนับร้อย มีแม่น้ำไหลตัดผ่าน ด้านหลังก็เป็นภูเขาใหญ่ เป็นวิวที่สวยงามมากจริงๆ ถ้ามีโอกาสเราก็อยากจะมาวิปัสสนาที่นี่สักครั้งหนึ่งในชีวิต 

ที่ที่สองที่เราจะไปกันคือ หนึ่งในวัดที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งที่สุดในประเทศ เป็นผลงานชิ้นเอกที่อาจารย์เฉลิมชัยต้องการให้มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเป็นศิลปะที่ยิ่งใหญ่ชิ้นหนึ่งของโลก หลายๆคนคงจะพอเดากันออกแล้ว นั่นคือวัดร่องขุ่น ที่สร้างขึ้นทุกอย่างเป็นสีขาวหมด เด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่แสนวิจิตรอลังการ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงช่อฟ้า ใบระกา สะพานข้ามที่ก่อนถึงตัววัดเปรียบเสมือนการเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ ที่ต้องละทิ้งซึ่งกิเลส ตัณหาต่างๆถึงจะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าได้ ภายในมีรายละเอียดตกแต่งที่พิถีพิถันทั่วทุกมุมที่แฝงไปด้วยคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

ที่ต่อไปที่เราจะแวะกันคือไร่สิงห์บุญรอดที่อยู่ไม่ไกลมากจากวัดร่องขุ่น เมื่อไปถึงด้านหน้าจะเห็นรูปปั้นสิงห์ตัวสีทองใหญ่อยู่กลางสวน ใช่แล้วมันคือเจ้าของเดียวกับเบียร์ชื่อดังที่ทุกคนรู้จัก ใครที่มีเวลาหน่อยสามารถอยู่เล่นที่นี่ได้ทั้งวัน เพราะมีอะไรให้ทำแน่นเอี๊ยดทั้งวันเช่น ให้อาหารสัตว์ ขี่จักรยาน ทัวร์ไร่ สวนชา และฟาร์มสัตว์ โหนตัวด้วยเชือกZipline ผ่านทุ่งชา หรือชมวิว 360 องศาเพื่อชมไร่ทั้งหมด

ที่สุดท้ายที่จะหยุดกันคือบ้านดำของอ.ถวัลย์ ดัชนี บ้านดำนี้เรียกได้ว่าเป็นที่เก็บแสดงผลงานเอกของอาจารย์เลย เคยได้ยินข่าวว่าภาพวาดของอาจารย์นั้นประเมินค่าไม่ได้ เศรษฐีที่เคยไปวาดภาพให้ถึงกับต้องยื่นเช็คเปล่าให้มาเขียนตัวเลขเอง ภายในบ้านเป็นอะไรที่เราไม่คาดคิดว่าชาตินี้จะได้มาเห็นด้วยตา ทั้งเก้าอี้ที่ทำด้วยกะโหลกและเขาควาย งูที่ถูกถลกหนังออกมาเป็นเครื่องประดับบนโต๊ะอาหาร เป็นอะไรที่เกินกว่าสมองคนเราจะจินตนาการได้จริงๆ เป็นสถานที่สามารถทำให้เราตะลึงได้ตั้งแต่ก้าวแรกจริงๆ 

และนี้ก็คือสถานที่ทั้งหมดที่เราไปมาในวันแรก อาจจะไม่ได้เขียนดีเทลละเอียดมาก ถ้าใครมีคำถามอะไรสามารถแมสเสจมาหาเราได้เลยนะ ไว้เจอกันคราวหน้ากับวันที่สองในเชียงรายเร็วๆนี้นะเจ้า

Top: Milin     Pant: Rotsaniyom 

Photographer: Mom

The second place is the most famous temple in Chiangrai, Wat Rong Khun or known as white temple that designed by Thailand’s top artist, Chalermchai Kositpipat, hoping to create a one and only kind masterpiece and left it as world legacy. Absolutely stunning temple stands out from the rest because of its pure white color, and neat detail in décor especially the roof. The bridge to the temple is called “Gate of Heaven” which symbolize the way to heaven is a pure mind that abandons the greed, and temptation. Inside decorated with many statues that represent Bhudda’s teaching.

We then made a quick stop in beautiful Singha Park that nearby, yes, it’s the same owner of a famous Singha beer that we drink. Upon the entrance, we saw the big gold Singha statue in the middle of the field, you’d never miss it. If you have a lot of time, you can spend the whole day here because it’s full of many activities from the farm tour, animal feed, bicycle, zip line, and 360 view point to see the whole farm! 

Next is the last stop before we head to our accommodation. We made a stop to another place from the famous artist, Thawan Duchanee. Black house or Baan Dum Museum is a place to keep his creation, and masterpiece. The rumor said that he once sold a painting to a millionaire in exchange for a cheque that he could put in his own number! It’s priceless! Inside is something I wouldn’t imagine of seeing in my life, the furniture made out of bull’s skull, or skinned snack that line on long dining table. It’s something that more than human’s mind could understand. It’s truly a place that can intrigue your soul!

And that’s all for my day 1 in Chiangrai, if you guys have any question on any place, please let me know, I’ll try my best to explain it! Coming up next is my adventure on Day 2 in Chiangrai! Stay tuned!

 

 Top: Milin      Pant: Rotsaniyom 

Photographer: Mom