11.05.17

COACHELLA 2017: VIVID DREAM

Vlog

                                                coachella 2017

ปีนี้ Coachella ก็ได้จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกๆ ปีก็ได้ทิ้งความทรงจำสวยงามมากมายเหมือนรอยสัก ถึงแม้ว่าปีนี้จะเป็นปีที่สี่ของปูเป้แล้ว เราก็ยังรู้สึกตื่นเต้นเหมือนวันแรกที่มาทุกครั้ง เอาหล่ะเขียนเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว ครั้งนี้เราขอโฟกัสเรื่องดนตรี บรรยากาศในงาน และแฟชั่นของปีนี้นะ สำหรับใครที่อยากอ่านไกด์ของคนไป Coachellaครั้งแรก เราได้เขียนไว้ปีที่แล้ว ไปดูได้ที่ลิ้งค์นี้

Coachellaในแต่ละปีก็จะมีต่างไปจากเดิม ไม่เคยเบื่อเลยนะ ปีนี้ตั้งแต่เข้างานแระ นึกว่าหลุดไปในดินแดน Alice in Wonderland เหมือนเดินละเมอในความฝันที่ทุกอย่างเป็นสีพาสเทลหมด!! และที่ตลกคือก่อนเป้มา เป้พึ่งย้อมผมเป็นสีนี้พอดี!! แถมเรายังใส่กระโปรงทูทูสีชมพูเอง มีความตรงธีมปีนี่อย่างไม่ได้นัดหมาย

Coachella เป็นสวรรค์ของคนที่ชอบแต่งตัว เป็นสถานที่ให้เราได้มาปล่อยของกันอย่างเต็มที่ แค่เดินดูคนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่มีสไตล์ก็ทำให้เราตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกแล้ว เอาจริงเราควรจะแต่งตัวแบบนี้ทุกวัน! เทรนด์ปีนี้มีหลายคนมิกซ์เสื้อคร็อป หรือ swimwearแบบน่ารักๆเยอะมาก! มาดูแฟชั่นที่เจ๋งๆปีนี้กัน ถ่ายโดยช่างภาพ Emily Malan

Coachella weekend was over. Every year it left a beautiful memory in my mind like a tattoo. Despite my fourth time here, I still feel fresh and brand new every time I hit the field. For this blog, I want to talk about the vibe, fashion, and music experience. For the rest detail on Coachella First time guide stay, you guys can check out an article I did last year here

Every year there is something new! When I walked in Coachella this year thought I was entering Alice in the Wonderland!! It was like a vivid dream. Everything was in a pastel color, so colorful!! What a crazy coincident, before coming here I just got my hair dyed in pastel pink. Plus, I was wearing a big tutu, so I fit right in this year’s theme.

Coachella is your place to express a sense of style. Walking around and seeing beautiful people that brought some creativity into the field made my heart beats fast. Here are some of the highlight festival fashion shot by amazing photographer, Emily Malan.  


coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017 
coachella 2017

LOCATION: COACHELLA

เราจะอธิบายประสบการณ์ Coachella ให้เพื่อนๆฟังยังไงดี เป็นอะไรที่ถ่ายทอดได้ยาก ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเราเริ่มต้นตอนพระอาทิตย์ตก ช่วงเปลี่ยนจากอากาศที่ร้อนระอุบนทะเลทราย มาเป็นอากาศที่เย็น สบายผิว ลมเย็นๆทำให้เรารู้สึกอยากเดินไปไหนมาไหนทั่วงาน ภาพตอนพระอาทิตย์ตกที่นี่ เหมือนเราเดินอยู่ในความฝันจริงๆ ทุกอย่างเป็นสีเหลืองทองอร่าม

 

คนในงานที่ดูโคดสุดกับชีวิต ลูกโป่งที่ลอยอยู่ทั่วท้องฟ้า ต้นปาล์มที่เปลี่ยนเป็นสีรุ้ง พร้อมกับดนตรีทั่วทุกทิศที่ทำให้เรารู้สึกโคด high on lifeทุกอย่างพอมารวมตัวกันแล้ว magic จริงๆ ทุกๆปีพอเราต้องเดินจากที่นี่วันสุดท้าย เราต้องขอหยุดดูวิวที่น่าเหลือเชื่อตรงหน้าให้นานที่สุด เป็นอะไรที่อธิบายออกมาไม่ถูกจริงๆ

 

หนึ่งในประสบการณ์ที่ดีที่สุดของปีนี้คือ โดมAntarctica ลองคิดดูเหมือนเข้าไปในโรงหนังหน้าจอเป็นโดม 360องศาอยู่บนหัวเราพอดี เรานอนลงราบกับเก้าอี้ที่เกือบจะนอนราบพื้น มองดูภาพ 360องศาบนหัว เป็นการจับมือร่วมกับบริษัท Augment Reality ชื่อดัง Microdose VR และ ศิลปินชื่อดัง Android Jones ที่สร้างสรรค์ visualต่างๆเหล่านี้ ที่อัดมาไม่ได้เสี้ยวของประสบการณ์จริงๆเลย Sober trippy โคดดดด เล่นเอาลอยไปนอกโลก และลงลึกกลับมาที่เซลล์ใต้ผิวหนังมนุษย์ พอดูเสร็จเเล้วต้องร้องเสียงสูงกับเพื่อนว่า Let's go to ANTARCTICAAAAA again!

 

เราขอยกให้Coachellaเป็นงานเฟสติวัลท็อปๆของโลกเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะดีไปหมด สำหรับคนที่ไปมาจะรู้ว่าช่วงตอนกลางวันที่งานเนี่ยร้อนแบบไม่ต้องทำไรกินกันเลย! อากาศร้อนเหมือนช่วงสงกรานต์บ้านเฮา พออากาศร้อนแล้วทุกอย่างดูอืดและเหนื่อยง่ายมาก ต้องคอยกินน้ำ และพยายามอย่าให้ energyในร่างกายดร๊อป

 

อีกเรื่องที่เป็นปัญหาทุกงานสำหรับคนที่แค้มป์คือห้องน้ำที่คิวยาวเป็นหางว่าว แต่โชคดีปีนี้ระบบห้องน้ำดีขึ้นเยอะมาก เลยรอไม่นานเท่าปีแรกๆที่รอประมาณสามชั่วโมงได้ ปีนี้บางวันเดินไปแล้วได้เข้าเลย ไม่ต้องรอ และสิ่งที่ดีของคนที่แค้มป์คือปาร์ตี้ที่ campsite! มีหลายคนมากที่แบกบูทดีเจมาจากบ้าน และมาเล่นให้คนในงาน after party สำหรับ vibeในงานนอกจากเรื่องบรรยากาศงานที่เล่าให้ฟังไปแล้ว Coachellaได้กลายเป็นงาน scaleยักษ์ ยิ่งปีนี้ได้ขยายไซส์ไปเกินแสนสองคน กลายเป็นงานที่ใหญ่มาก!! ทำให้การ connectกับคนในงานยาก ไม่เหมือนงาน localเล็กๆในไทยที่เราไปมาเช่น Wonderfruitเรา connectกับเพื่อนใหม่ทั่วโลก แต่ที่ Coachellaเป็นvibeคนละอย่าง ส่วนมากทุกคนจะมากับ squadตัวเองอยู่แล้ว แต่ก็สนุกมากถ้ามากับเพื่อนอยู่แล้วแต่จะหาเพื่อนใหม่ในงานยากหน่อย

 

มาพูดถึงเรื่องหลักๆอย่างดนตรีบ้างดีกว่า! ปีนี้มีหลายวงมากที่เราอยากดู ลองดูตารางเราสิ แบบต้องวิ่งอย่างเดียว! เวลาชนกันหมดเลย ถึงว่าทำไมคนถึงมาสองสัปดาห์ จะได้เก็บทุกอย่างให้ครบ มาที่นี่ต้องบ้าพลังหน่อย เราเต้นไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมงต่อวันได้ ตั้งแต่สองโมงถึงเที่ยงคืน!

 

วันแรกที่ไปงาน เหมือนที่เราเล่าให้ฟังว่าช่วงพระอาทิตย์ตกเป็น magic hour ที่นี่ เพราะฉะนั้นฟังเพลงช่วงนี่ยิ่งเพราะขึ้นหลายเท่า วันนั้น sunset actคือ  Oh Wonderเราไปดูกับเพื่อนสนิทที่ไปมาด้วยกันตั้งแต่ปีแรก ทุกอย่างเพอร์เฟค เป็นความรู้สึกดีๆที่เหมือนกลับบ้านอีกครั้ง บรรยากาศก็ทำให้ตัวเราลอยอย่างบอกไม่ถูกแล้ว แถมยังมีเสียงหวานๆที่ลอยมา I feel life for a very first time.. Love in my arms, and the sun in my eyes มันรู้สึกอย่างที่เพลงบอกอย่างบอกไม่ถูก “Technicolour Beat” กลายเป็นเพลงโปรดของเราจนถึงตอนนี้

 

 

ถ้ารู้จักเราจะรู้ว่าเราชอบ Galaxy music เพลงที่ฟังแล้วลอยได้ The XX วันนั้นพาเราลอยไปไกลเลย เล่นดีมาก Sound systemจัดเต็มสุดๆ

ตอนเช้าๆก็มีหลายโมเม้นต์มาก เราเริ่มเปิดคอนเสิร์ตด้วย SNBRN และ Kungsที่ Sahara เห็นทุกคนแบบกระโดดไปมาตั้งแต่หน้าเต้นท์ก็รู้สึก hype สุดๆและ แค่เห็นดนตรีทำให้คนรู้สึกดีขนาดนี้ได้ก็ฟินและ 

วันแรก headlinerคือ Radiohead เราไปดูปีที่แล้วที่ Summer Sonicที่ญี่ปุ่น เล่นโคดดี แต่มาที่นี่แบนด์โชคร้ายไปหน่อย เครื่องเสียงเสียไปสามรอบ ทำเอาคนโห่และเดินออกไปเกือบครึ่ง แต่ที่ดีก็คือเหลือแต่แฟนตัวจริงที่ยังอยู่ และมีโอกาสได้เข้าใกล้ Thom Yorkeและแบนด์มากขึ้น และได้เล่นเพลงที่ไม่ได้เล่นมาเป็นสิบๆปีคือ Creepนั่นเอง

 

สำหรับคลิปโชว์ต่างๆ ไปดูกันได้ใน IG เรานะ Here

วันเสาร์เป็นอะไรที่ผจญภัยมากก เราเห็นอาร์ตที่หน้าตาเหมือนไดโนเสาร์ผสมยูนิคอนตัวนี้ตอนพระอาทิตย์ตกพอดี แล้วท้องฟ้าทั้งหมดกลายเป็นสีเหลืองเหมือนในฉากเริ่มแรกของ Lion King แล้วเรารู้สึกเหมือนมันเป็นไดโนเสาร์จริงๆเพราะพวกเราตัวเล็กนิดเดียวเวลาเทียบกันแล้ว ที่ตลกก็คือมีคนที่กลุ่ม Reddit Coachella วาดภาพเหมือนในจินตนาการเราออกมาได้ขนาดนี้ เป็น vivid dream สุดๆ

 

 

มาต่อกันที่วันที่ 2 วันนี้โชว์ที่ดีที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ควีน Lady Gaga วันนี้ใส่ผ้าพันคอที่ Gaga ออกแบบพอดีเลย พึ่งซื้อที่นั่นพอดี ต้องบอกก่อนเลยว่าที่จริงไม่ใช่แฟนกาก้าเลยก่อนมานี้ เสียดายด้วยซ้ำเพราะตอนแรกอยากดู Beyoncé มาก แต่นางติดคลอดลูก กาก้าเลยมาแทน พอดู concertจบแล้วเปลี่ยนใจทันที มัน emotionalมาก เราร้องไห้เกือบครึ่งโชว์ได้ Talented จริงๆ ไม่ใช่แค่เสียงดีแต่โชว์นาง empowering มาก รู้สึกได้เลยว่านางเป็นผู้หญิงที่แกร่งมาก ผ่านอะไรมาเยอะ แล้วก็ one of the kind ความเป็นตัวเองอย่างสุดโต่ง และความรักในดนตรีทำให้ครองใจคนทั่วโลก ไม่แปลกใจเลยที่คนล้นสนามมาคืนนั้น. Dancer ที่เต้นด้วยกันก็เป็นเหมือนครอบครัวที่ผ่านอะไรกันมากว่า 10 ปี เป็นโชว์แรกที่ Coachella สำหรับกาก้าบอกเลยว่าไม่เสียดายที่มาแทน Beyoncé ในปีนี้ 

เราชอบสไตล์เพลง feel good เพราะฉะนั้นท็อปลิสท์ของเราคือ Gryffin ดีมาก โดยเฉพาะเพลง Heading Home.

Autografปีนี้ก็รอบที่สามแล้ว ยังดีเหมือนเดิม ปีนี้ได้ย้ายจาก Do Labมาที่ Sahara tentเป็นพัฒนาการก้าวกระโดดมาก เป็นวงที่น่ารักและชิวมาก

 เราดู Future ครั้งแรกเล่นโคดดี เป็นฮิปฮ็อปที่คูลมาก แถมยังพา Drake กับ Migos ซึ่งเป็น headliner ปี2015มาอีก ทำเอาทุกคนคลั่งไปเลยเล่นเพลงที่ฮิตทั่วโลกอย่าง Fake Love และ Bad and Boujee ที่ทพให้ทุกคนต่อท่อน Rain Drop, Drop Top กันอย่างมัน  

Mura Masa นี้อยากดูมาก เล่นสดได้ดีมาก อยากดูอีกรอบ เสียดายดีจนลืมอัดวิดีโอมาด้วย BonIver เรานอนดูอยู่บนหญ้า เสียงนุ่มเคริ้มจนลอยขึ้นฟ้าไปเลย Moderat สไตล์ดาร์กๆหน่อย ยิ่งมาฟังแบบมีไฟและ visualแล้ว หลุดเลยยย วันนั้นจบด้วยการกินพิซซ่ากับโค้กที่เต็นท์ electronic ที่มีภาพ visual แบบ trippyๆ

 

เเละเเล้วก็มาถึงวันสุดท้าย อยากเขียนยาวหน่อยเพราะวันนี้สำคัญมาก ทุกๆโชว์คือดีอย่างน่าเหลือเชื่อ ปรกติวันสุดท้ายทุกปีเราจะเเรงหมดแต่ปีนี้แรงเต็มร้อยทั้งวัน โชว์ที่เราต้องจัดให้ว่าดีที่สุดแบบไม่มีที่ติคือ Jai Wolf กาแล็กซี่มิวซิก ใครที่ยังไม่เคยฟังแนวนี้ เข้า Youtubeด่วนเลย คือดีมากกก ทำเอาลอยขึ้นลงทั้งชั่วโมงเลย เอาเพลงของ

Odesza Kiiara Coldplay มามิกซ์ด้วย เพลงเด็ดอันดับหนึ่งคือ Indian Summer ฟังเเล้วขนลุกโคดๆ

 

วันสุดท้ายถือว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเยอะมาก น่าจดจำ ตั้งแต่เช้าเเระที่เราเจอเพื่อนใหม่หน้าคอนเสิร์ต Goldlink เค้าช่วยนำทางจนไปถึงหน้าเวทีแบบติดรั้ว!! เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ฟังเพลงเกาะรั้วแบบนี้ Goldlinkอยู่ห่างแค่เอื้อมมือ ที่ตกใจคือเค้าเอา Denzel Curry มาด้วย เฮียแกโดดลงมาจากเวทีมาร้องอยู่ตกหน้าเราเป๊ะเลย ใจคอไม่ดีเลยยยย

ต่อไปเรารีบไปดู Touristคือติดใจตั้งแต่ดูต้นไปที่ Laneway SG เเล้ว เป็นวงอันดีหนึ่งวันนั่น วันนี้เลยต้องมาดูอีกรอบให้ได้ รองชอบเพลง Runมากกกก ฟังกี่รอบก็ชอบ แถมวันนั่นยังมีเซอร์ไพรสเดบิ๊วเพลงใหม่อย่าง "America, Im on my way" ด้วย 

 

เราพลาดไม่ได้ไปดู Honneที่ไทย เลยสัญญากับตัวเองว่าจะมาดูที่นี่ให้ได้ เเล้วก็ได้มาจริงๆ วันนั้นเล่นสดได้ดีมาก ไม่เหมือนเป็นแผ่น ได้ remixเสียงเเร็บเข้าไปด้วย 

Porter Robinson & Madeon เป็นดีเจที่มีสไตล์ดนตรีคล้ายกัน คนดูเลยเคยแนะนำให้ลองมาเล่นด้วยกัน และไม่นานก็เห็นประกาศว่าจะทำโปรเจคชัวรืร่วมกัน โดย Coachellaเนี่ย เป็นที่สุดท้ายที่จะชบโปรเจคนี้ ทำเอาคนดู แฟนๆหลั่งไหลมาเพียบ เป็นโชว์ตอนพระอาทิตย์ตกที่ซึ้ง และกินใจมาก แถม Porterยังแอบบอกความในใจว่า สิบปีที่เเล้วยังเป็นเด็กที่มีความฝันว่าจะเป็นดีเจอยู่เลย ไม่คิดว่าจะได้มาอยู่จุดที่เล่นให้คนดูเป็นแสนๆคนอย่างที่นี่ เราชอบที่เค้ามิกซ์เซาว์แอบ animeญี่ปุ่นๆลงไป ทั้งภาพ แสงสีเสียง ดีมากกก

 

Han Zimmer เป็น line upที่คนตกใจสุดเเล้ว ไม่คิดว่าวง orchestraจะมาเล่นที่งานเฟสแบบนี้ Han Zimmer เป็นคนประพันธ์เพลงดังอย่างเรื่อง Lion King และ the Gladiator ถึงแม้ว่าจะเป็นเพลง classic แต่คนก็ยังหาทางโยกกันได้

 Lorde เรายกให้เป็นควีนตั้งแต่ปี 2014 ปีนี้กลับมาอีกครั้ง เราไม่เคยรู้สึกกลับไปเป็นเด็กน้อยวิ่ง กระโดดโลดเต้นบนสนามหญ้ามากเท่านี้มาก่อนเลย ทั้งกระโดดไปมากับเพื่อนรอบสนามเเละตะโกนร้องเพลง เป็นโมเม้นท์ที่ดีมากๆ

 

 

Justiceคือ King of Disco ดีมากกกกกก เลือก mashเพลงได้ฉลาดมาก เป็นวงที่มีชาวยุโรปไปดูเยอะมาก

และสุดท้ายคนที่เราอยากดูที่สุดของปีนี้คือ Kendrick Lamar!! เตรียมฟังซ้อมมาตั้งครึ่งปี ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เล่นเกือบทุกเพลงที่เราอยากฟัง คนข้างๆเราเนีย ร้องกันได้ทุกคนเลย เป็นอะไรที่มันมากกกก เต้นเเละร้องตามกันเป็นหมื่น เป็นแสนคน

 เป็นวันที่รู้สึกว่า accomplishมาก ได้ดูเกือบทุกวงที่อยากดู แถบยังอัดวีดีโอเก็บมาได้เกือบหมด ปีนี้ก็เป็นปีที่สี่เเล้ว ว่าจะมาปีสุดท้ายเเล้ว แต่ทุกครั้งก็จะเสียดาย แอบกลับมาอีกจนได้ แต่จริงๆปีนี้เป็นปีที่จะอยู่ในใจเราแบบไม่มีวันลืมจริงๆ

เป็นวันที่รู้สึกว่า accomplishมาก ได้ดูเกือบทุกวงที่อยากดู แถบยังอัดวีดีโอเก็บมาได้เกือบหมด ปีนี้ก็เป็นปีที่สี่เเล้ว ว่าจะมาปีสุดท้ายเเล้ว แต่ทุกครั้งก็จะเสียดาย แอบกลับมาอีกจนได้ แต่จริงๆปีนี้เป็นปีที่จะอยู่ในใจเราแบบไม่มีวันลืมจริงๆ

 

Photographer: Emily Malan, Morris Lam

Courtesy Photo of: Coachella Official 

 

Outfit Day1

Pink tutu: Wonder Capetown, Faux fur gown: Supersweet, Shoe: Jeffrey Campbell 

Outfit Day2

Pants: Wonder Capetown, Body Harness: Koko Khaos

Outfit Day3

Kimono: Fringe and Epaulette, Skirt: Zara, Body Harness: Koko Khaos

 

How could I precisely describe the vibe Coachella brought? The best time for Coachella for me comes at sunset. When the weather started to cool down, the wind touched our skin and made we feel so carefree and comfortable. Sunset paradise here it’s like walking into a dream.

 

 

Good vibe and good energy are all around; balloons up in the sky, dancing palm tree in rainbow color, people jumping up and down high on life, and music touching the soul. I wanted to pitch myself for a reality check. When all elements blend in together, magic happened. Every time on my last day I just want to stay a little longer to keep this picture frozen forever.

 

One of the best Coachella experience this year is Antarctica! It was one of the best sober trippy experience. Imagine lying down in the dark 360-degree dome cinema where the screen is right above your head watching crazy AR visual. It was a sick collab between famous augmented reality company Microdose and the one and only visionary Android Jones who is God in creating the purest visual and took us to the trip in his beautiful mind from space to deep down human soul. At the end of the show I'll be like "Let's go to ANTARCTICAAAAA again!"

 

Coachella is for sure the top festival in the world but it is not as glamorous as many people think like the heat during the day time that is unbearably hot. It was over 30 degree and I made you feel really lazy so stay hydrated and kept your energy high!

 

Like many festivals, the toilet and shower could be a pain in the ass, especially the waiting line but it got a lot better this year. And the perks of staying in the camp is the real vibe! People at the campsite were super nice and friendly, some even brought their own DJ set for after party. And because this year the venue got expanded, now it has over 120,000 fans now. Coachella is official the massive festival that hard to retain local, friendly vibe that I get from local festival in Thailand like Wonderfruit, where everyone was so open and easy to mak a friend. Coachella is now a massive-scale festival that amazing to go with your festival crew but might be a bit hard to make new friends and connected to other people. 

 

Now let’s talk about the main thing like music! This year it was like a music race for me! Just look at my schedule… So many crashes and I have to run to make it to another show. I was so greedy and wanted to see all the bands! I think that entire weekend I was dancing at least 10 hours per day from 2PM to midnight every day!

 

On Friday, my top acts would be Oh Wonder, it was a sunset act. I was with my best friend and felt so secure and warm inside. Every sunset act could melt my heart. I was staring at the sunset and the soft, nostalgic voice went “I feel life for a very first time... Love in my arms, and the sun in my eyes” as sky changing colors every minute. “Technicolour Beat” was a song that stuck in my ear until now.

If you know me, I’m a huge fan of galaxy music defines as music to make you feel like floating in the space, The XX music definitely took me somewhere far away that night.

And there were many great moments during the day time I started my festival with SNBRN and Kungs at Sahara stage. As I was walking into Sahara tent, the vibe was building up since outside, people were jumping up and down everywhere stroked with smile. I just love how music made people feel.

First night the headliner was Radiohead, I went to see them at Summer Sonic last year, they were amazing. But this time unfortunately, the sound system got crashed for 3 times, so half of the people walked out which is a good thing for real fan that still in the show to have more room and got really close to the Thom Yorke and the band. 

For the video of the performances, please link in my Instagram account to see them Here

On my Saturday was super wild and crazy! I felt like I was an explorer on an adventure!  I saw a unicorn/ dinosaur right by sunset and the whole sky turned yellow like movie Lion King. I felt small like real human comparing to the size of dinosaurs. Strangely I found someone drew an art on Reddit Coachella group that looks exactly like what I saw on at sunset. It was such a vivid dream.

 

 

Today best act has to be the one and only Lady Gaga. She slayed Coachella like no one else. I need to tell you upfront that I'm not a fan of Lady Gaga at all before the show. I felt kinda disappointed that she replaced Beyoncé at the beginning. But she has converted me. I cried half of the act. it was really emotional for me as she was really strong empowering woman in front of me. Very genuine to an audience. She's just a girl doing what she loves and that inspires millions of people. This is another thing I love going to festival, it refills your dream and passion. Seeing these talented world class artists striving for what they love every day made me want to put all into my dream and becoming more of myself.

 

There were so many good acts on 2nd day. I love feel good music so Gryffin was another top one on that day. The moment he played “Heading Home” my heart went up the moon and back. It was the song that I felt so alive every time I listened.

It was my 3rd time seeing Autograf this year, first time at Kolour in the Park and I become obsessed. The band members were super friend and chill also.

I saw Future for the first time. It was too cool I thought he was unreal, he brought Drake and Migos as a star guest and everyone went crazy. They played sensational hit “Fake Love” and “Bad and Boujee”

BonIver took the whole meadow up in the sky with his calm & chill music. I'm always a big fan of Mura Masa, so seeing them live for first time was so amazing. Moderat sound was already mysterious for me, so with light and visual it took us to another world. I ended my night with pizza and coke in electric tent that had cool visual and music.

 

Here come the last yet the best day of all. All the acts on this day were unreal!! My energy level was at its max all day.

 It's my most favorite day in the world. The best act is no other than Jai Wolf who shooted me high up the sky. The galaxy music that mashed all my fav songs like Odesza, Kiiara, and Coldplay and play the hit like “Indian Summer” left me speechless. The music rocked me up and down nonstop. If u don't already know him. Need to check him out right now. 

 

On day 3 was full of great memories. I started the day in Mahave stage. Met some new friend in Goldlink act, who helped me push to the very front. It was the first time I was in front row, I was only once away from Goldlink then he brought Denzel Curry as star guest. He jumped down the stage and stood right in front of my face it was totally crazy!

Next I was expecting to see Tourist. I saw him last Jan in Laneway festival in Jan. He was the best act in my opinion and he did not let me down. I love the song 'Run' every time I heard it I felt so thrilled. He debuted a new single "America, I’m on my way" there too. I love it!

 

I missed Honne concert in Bangkok, so II vowed to see them here. And they did really well. The concert felt so romantic and cozy I love that they mashed it mashed up with rap.

 

Porter Robinson & Madeon are DJ that has similar style so their fan suggest that they should feathering and here come the special project they do together. Coachella will be their last concert to end the project. It was really emotional for them and the fan. He said in tear that ten years back he just dreamed of being DJ and never thought that he would be this big. Sunset act with PR & M was beautiful and emotional. I love all the lighting and Japanese beat that he integrated in the song.

 

Han Zimmer was the biggest surprise this year since nobody thought that classical orchestra music would be played at big festival like this. People were curious and went to see them. Despite the classical music, many people still moved along with the song. He played the hit soundtrack like Lion King and the Gladiator.

Lorde was my queen since 2014. I never felt so carefree and ran around the grass field bare feet with my friend's during her show. Flying our hand like an airplane and jumping up and down reciting all the line by heart.

 

Justice was a King of Disco for me!! They mashed up each song really well. Many Europeans were at the show

 And last my man, Kendrick Lamar AKA Kung Fu Kenny!!Tthe guy I'm excited to see the most this year! He didn't let us down. He came up with all the hit like 'Bitch don't kill my vibe,' 'It's gonna be alright,' and 'Money tree' literally everyone around me can sing along. It was so much fun to dance and sing wit a massive crowd like this.

 

I never feel so accomplished this year. I got to see all the bands I want and recorded most of the songs I want. It is surely another day that I will remember for the rest of my life. This blog would remind me of a good time I have and hope you guys will have fun reading it!

 

Photographer: Emily Malan, Morris Lam

Courtesy Photo of: Coachella Official 

 

Outfit Day1

Pink tutu: Wonder Capetown, Faux fur gown: Supersweet, Shoe: Jeffrey Campbell 

Outfit Day2

Pants: Wonder Capetown, Body Harness: Koko Khaos

Outfit Day3

Kimono: Fringe and Epaulette, Skirt: Zara, Body Harness: Koko Khaos