25.02.17

COLDPLAY IN STARRY NIGHT

Concert

coldplay live in bangkok

เชื่อว่าเด็กยุค 90หลายๆคนโตมากับเสียงของ Chris Martin ฟังตามMTV ที่เปิดกรอกหูทุกวัน ตอนเด็กๆ สิ่งที่เราทำบ่อยมากๆก่อนนอนคือ ปิดไฟในห้องนอน มุดหัวเข้าผ้าห่มพร้อมเปิดคอนเสิร์ต Coldplay Live in Glastonbury ในปี 2002 บอกเลยว่าดูกี่รอบก็ขนลุก ภาพต่างๆบนเวทีเป็นอะไรที่ติดตาเรามาตั้งแต่เด็กๆ จนทำให้การไปดูคอนเสิร์ต Coldplay สดสักครั้งในชีวิตเป็นหนึ่งใน bucket list และเราก็ได้ยินข่าวมากมายปีที่แล้วเกี่ยวกับ Coldplayว่า อัลบั้มที่ 7 A Head Full of Dreams อาจจะเป็นอัลบั้มสุดท้ายของ Coldplay โดยคริสให้สัมภาษณ์ว่า อัลบั้มที่ 7 เป็นเหมือนกับหนังสือ Harry Potter เล่มสุดท้าย แต่ไม่ได้หมายความว่า Coldplay จะแยกวงกันแต่อย่างไร รวมถึงทัวร์คอนเสิร์ตด้วย ที่ครั้งนี้ คริสไม่อยากให้ความหวังว่าจะมีครั้งต่อไป

และแล้วประมาณกลางปี เราก็เลยวางแพลนกับเพื่อนๆว่าต้องไปดู A Head Full of Dreams Tour ของ Coldplayให้ได้ เอาที่ไม่ไกลมากจนเกินไป (ตอนที่ดูกันประมาณเดือนมิย Asian Tour ยังไม่ประกาศ) ก็เลยได้มาลงเอยกันที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย น่าจะใกล้สุดและ แถมยังตรงกับสัปดาห์วันหยุดยาวด้วย เราลองเช็คราคาแล้ว บัตรหน้าสุดติดขอบเวที Gold Standing Ticket ประมาณ 4,400บาท ราคาพอเอื้อมถึง เลยรีบกดบัตรมาก่อน 5ใบ กลัวหมด โดยเวทีแบ่งเป็น 3ส่วนใหญ่ๆ A-stage คือหน้าเวทีหลักที่ออกแบบเป็นรูปดอกไม้ตามหน้าปกอัลบั้ม B-stageคือ เวทีแพลตฟอร์มกลมๆที่อยู่ใจกลางฮอลล์ จะเชื่อมกับ A-stageด้วยรันเวย์ยาว และสุดท้าย C-stage เป็นเวทีเล็กๆที่อยู่ทางขวามือ สิ่งที่เราชอบมากเกี่ยวกับคอนเสิร์ตของ Coldplayคือ การที่แบนด์ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นการดีไซน์เวทีคอนเสิร์ตได้อย่างทั่วถึงคนดู หรือเพลงที่แฟนสามารถ request ให้แบนด์เล่นเป็นพิเศษ โดยสามารถ requestเพลง ใน Instagram account ของ Coldplay 

 

และแล้วก็มาถึงวันที่เรารอคอย 6 ธันวา คอนเสิร์ตเริ่มประมาณสองทุ่ม จำได้ว่าไปถึง Suncrop Stadium ประมาณบ่ายสี่ คนแน่นเอี๊ยด คนออสซี่บ้ามาก เห็นในไอจีว่ามารอกันตั้งแต่เก้าโมงเช้า ทุกๆครั้งที่ไปคอนเสิร์ต เราจะให้ความสำคัญกับเรื่องดวงตาเป็นพิเศษ เพราะต้องเจอทั้งฝุ่น แสง ลม ทำให้ตาแห้ง และระคายเคืองได้ง่าย โดยเฉพาะวันสำคัญอย่าง คอนเสิร์ตColdplay ถ้าเกิดระคายเคืองตาขึ้นมาคงจะหมดสนุก 

 

I believe that many 90’s kid grew up with Chris Martin’s voice that ran on MTV. When I was young, what I always did before going to bed was turn off the light in my bedroom, covered my head under blanket, and watched Coldplay Live in Glastonbury in 2002. It gives me goose bump no matter how many times I watch it. That picture of him on the stage has glued on my mind ever since. So seeing them LIVE once is always in my bucket list. And I heard so many rumors last year about Coldplay’s last album, Head Full of Dreams that it might be their last album. Chris gave interview that their 7th album would be like last Harry Potter book, but it doesn't mean that their band will split. But he doesn't want the fan to give hope that there will be next tour.

And in the middle of last year, I agreed with my friends that we have to make it to Head Full of Dreams Tour! Let’s find the place that closest to Bangkok (Back then in June, their Asian Tour hasn't announced yet) so we ended up in Brisbane, Australia. It should be the closest and it was on the long holiday weekend! So I checked the standing ticket, the price wasn't that brutal around 4,400 Baht. Still affordable so I bought 5 just in case. The stages were divided into 3 parts A-stage is the main stage that inspired from their album cover. B-stage is connected with A-stage by little runway that leads to circular platform right in the middle of the crowd. And lastly, C-stage, a little stage on the right side of the hall. That's what I love most about the band is they pay attention to little detail like how they design the stage that accessible to everyone or how they let the fan request their own song that they want the band to play via Coldplay’s instagram account.

 

And here come the day I was waiting for, December 6. The concerts started around 8PM, I remember arriving at Suncrop Stadium around 4PM, but it was already packed!! Aussie was crazy! Some of them were waiting since 9AM.  Every time went to concert, I would take extra care of my eyes because of the dust, light, and wind from the concert could easily make my eye agitate and dry. Especially on important day like this if anything went wrong, it would be a bumper. So I’ll make sure that I wear contact lens that takes care of my eyes well.

 


coldplay live in bangkok 
coldplay live in bangkok 
coldplay live in bangkok 
coldplay live in bangkok 
coldplay live in bangkok 
coldplay live in bangkok 
coldplay live in bangkok 
coldplay live in bangkok 
coldplay live in bangkok 
coldplay live in bangkok

LOCATION: Suncorp Stadium, BRISBANE

เราไม่ลืมที่จะใส่คอนแทคเลนส์รายวันของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันที่ตัวเลนส์ที่มีสีโปร่งกลมกลืนกับสีตาทำให้ดวงตาคมชัด และเป็นธรรมชาติ และยังมีสารกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในเนื้อเลนส์ได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมง ทำให้ตาสดชื่นได้ทั้งวัน พอหมดวันก็ทิ้ง ไม่ต้องพกน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์มาให้วุ่นวาย สำหรับเพื่อนๆที่อยากลองด้วยตัวเองสามารถเข้าไปรับ sample ฟรีได้ที่นี่

พอเข้าไปเค้าก็จะแจกเข็มกลัดที่เขียนคำว่า LOVE และ LED wristband ให้คนละอัน ให้ทุกคนใส่ไว้ตลอดงาน 5ครึ่งประตูเปิด เรารีบเข้าไปจองที่ด้านหน้าเวที เราอยู่ทางขวาของเวที ถือว่าใกล้กว่าที่คิดเยอะมาก ห่างจากคนหน้าสุดประมาณ 5-6 คนได้

 

โดยมีวงเปิดสองวงก่อน Coldplayจะเริ่มเล่นประมาณสองทุ่ม ก่อนเริ่มคอนเสิร์ตทุกอย่างก็ถูกดับมืดหมด และสกรีนก็ฉายเป็น Roadmap ประเทศที่แบนด์ได้ไปมาแล้วทั่วโลก นาทีนั้นจำได้ว่าตื่นเต้นมากตอนที่บทพูด Charlie Chaplin ในหนังเรื่อง The Great Dictator เริ่มขึ้น เป็นintro ก่อนเข้าเพลง A Head Full of Dreams

ซึ่งเลือกเป็นเพลงเปิดเพื่อเป็นการตอบโต้เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์อังกฤษอย่าง Brexit ตอนนั้น LED wristbandในข้อมือทุกคนได้เรืองแสงขึ้นในความมืด เราขนลุกตั้งแต่บทพูดแล้วเพราะความหมายมันฮึกเหิมให้รักกัน เสียงChaplin ตะโกนก้องไปทั่วว่า In this world there is room for everyone. You people have a power to make this life a wonderful adventure!!! ประจวบกับท่อนแรกที่คริสโผล่ตัวขึ้นมาจากเวทีแล้วร้องว่า Oh, I think I've landed พร้อมกับพลุมากมายที่ทะยานตัวจากหน้าเวทีขึ้นฟ้า เป็นโมเม้นท์ที่โคด amazingสำหรับเรา

คือเราว่าเพลงนี้เป็นเพลงเปิดที่ดีมากๆ เพราะ Head Full of Dreams พูดถึงพลังของจินตนาการที่ไม่มีที่สิ้นสุด เราสามารถฝันถึงอะไรก็ได้และเกิดเป็นพลังผลักดันให้มันกลายเป็นความจริง ทั้ง effectต่างๆ ทั้งพลุ กระดาษสี ไฟ ทุกอย่างถูกยิงขึ้นฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเต็มไปด้วยสีสัน และเสียงเพลง ไม่คิดว่าเพลงเปิดจะมาเต็มขนาดนี้

 

ต่อด้วยเพลงโปรดที่เราฟังก่อนนอนทุกวัน Yellow เหมือนที่เราคิด กำไลที่มือทุกคนเรืองแสงสีเหลือง ความทรงจำวัยเด็กผลุดขึ้นมากมาย เพลงนี้เล่นเอาเราน้ำตาซึมเลย คืนนั้นทั้งคืนมีหลายโมเม้นท์มากเช่น Happy uplifting สุดฤทธิ์อย่างเช่นเพลง Paradise, A Sky Full of Stars และ Adventure of a Lifetime ที่รู้สึกพีคจนไม่สามารถอยู่นิ่งๆได้ สัมผัสได้ถึงพลังที่ให้เกิน 100 เพียงแค่ไม่กี่เพลงก็เห็นใบหน้าคริสที่เต็มไปด้วยเหงื่อและรอยยิ้ม คริสวิ่งทำมือเหมือนเครื่องบินพร้อมกระโดดและหมุนไปมาทั่วเวที ชูมือขึ้นฟ้า คุกเขาลงร้องเพลงอย่างสุดใจ แถมยังมีลูกบอลสีสันมากมายเด้งไปมาทั่วฮอลล์ บอกเลยว่าวงนี้เต็มไปด้วย positive energy ที่แผ่ไปทุกทิศสุดๆ หนึ่งในโมเม้นท์โปรดเราคือตอนที่เล่นเพลง Charlie Brownที่ทั้งฮอลล์มืดไปหมด เรามองไปรอบข้าง 360 องศาในความมืดนั้นเต็มไปด้วยแสงจากข้อมือที่ glowing in the dark เหมือนในเนื้อร้องเป๊ะ

 

แล้วก็มีหลายๆโมเม้นท์ที่emotional จนทำให้น้ำตาไหลอย่างไม่รู้ตัว อย่างตอนที่เล่น Everglow จบ ได้ฉาย footageไว้อาลัยให้กับ Muhammad Ali นักมวยระดับโลกที่ใช้ชีวิตต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ที่พึ่งเสียชีวิตได้ไม่นานในกลางปี 2016 ในคลิป Aliได้ให้สัมภาษณ์ในยุค 70 ว่า เค้าอยากใช้ชื่อเสียงและเวลาอุทิศตนช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และรวมทุกคนเข้าด้วยกัน เป็นคลิปที่ดูแล้วอินสไปร์มาก สำหรับโมเม้นท์ที่เราคิดว่าเป็นจุดไคลแม็กซ์คือเพลง Fix You ด้วยเนื้อหาที่เราเชื่อว่าโดนใครๆหลายๆคนอย่างท่อน When you try your best but you don't succeed ที่คริสลงไปนอนร้องเพลงกับพื้นรันเวย์ เป็นเพลงที่ชอบฟังเวลาดาว์นๆแล้วทำให้รู้สึกว่า มันคงไม่แย่ไปกว่านี้แล้ว เมื่อลงสุดแล้วก็เป็นจังหวะขึ้นบ้างแล้ว ท่อน Tears stream down your face เป็นท่อนที่เราบ่อน้ำตาแตกจริงๆ เพราะทุกคนในแบนด์ร้องเพลงออกมาจากใจพร้อมๆกัน นับเป็น moment of the nightของเราเลย

 

 

มีหลายเพลงของColdplayที่เป็นเหมือน anthem เพลงที่ฟังแล้วรู้สึกฮึกเหิมเหมือนเพลงชาติอย่างเช่นเพลง Viva La Vida ที่มีการบิ๊วคนดูทั้งเพลง และไปพีคตอนที่ทุกคนต้องร้องประสานเสียงกันเป็น chorus พลังคนดูที่ร้องคลอไปด้วยก็มหาศาลจริงๆ เสียงเรารู้สึกได้หลอมรวบเป็นหนึ่งกับทุกคนเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ คอนเสิร์ตจบลงด้วยเพลงที่ฟีลกู๊ดอย่าง Up and Up เพลงเบาๆที่ทิ้งแมสเสจให้เราอย่ายอมแพ้!

 

เป็นสองชั่วโมงที่เต็มไปด้วยหลากหลายโมเม้นท์ และอารมณ์ รู้สึกเต็มอิ่มกับประสบการณ์อย่างบอกไม่ถูก เราว่าColdplay มีพลังพิเศษในการดึงดูดคนดูด้วย positive energy และความสามารถในการเชื่อมคนเข้าด้วยกันด้วยเสียงเพลง เป็นคอนเสิร์ตที่เดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกฟีลกู๊ด เกิดแรงบันดาลใจอินสไปร์อยากจะทำอะไรหลายๆอย่าง ในหัวคิดไปถึงไลท์หนึ่งที่แล่นไปมา Let’s make this life a wonderful adventure!!

 

Shirt: Senada Theory   

From my experience I love a daily natural contact lens by Johnson and Johnson that makes my eyes keen and keep them moisture for over 20 hours, no wonder why I feel refreshing all day long. At the end of the day, I just dumped it and no need to worry about carrying cleaning solution around. If you guys want to try it for yourself, feel free to get free sample HERE.

Once you got inside, you would get the pin with the word LOVE and LED wristband. The gate opened around 5:30PM so we rushed to front stage. We were at the right side of the stage. It was a lot closer than I thought. Just only 5-6 people in front of me. There were two opening act before the show at 8PM. Jess Kent and Lianne La Havas who was surprisingly the headliner for Wonderfruit Festival in Thailand.

 Around 8PM, the light went off and the big screen displayed the roadmap of the countries that Coldplay has visited. Right before it started I remember the line from movie The Great Dictator by Charlie Chaplin was played as the intro. I remember myself being so excited little goofball jumping in the dark! It was the song to react one of the most crucial political catalysts like Brexit last year. While Chaplin voice was echoing, the LED wristband in everyone’s hand was growing in the dark. I got big Goosebumps when he said “In this world there is room for everyone. You people have a power to make this life a wonderful adventure!!!” and that was the exact moment when Chris jumped out of the stage and sang Oh, I think I've landed… Behind him was countless colorful firework that shoot up the sky. That scene just got me.. It was freaking unreal. It’s happening!! I think Head Full of Dreams is the best opening song because it tells us the power of endless creativity and imagination that allow us to achieve anything we wish for. The explosion effects led up the whole Brisbane sky in color! Never thought that the opening would be this epic.

Right away they played Yellow..... The song I listened to the most before bed. It was so surreal to stand there watching it happening in front of me. All childhood flashback teared me up a little. Everyone’s wristband was shining in the dark and the crowd sung along made the song so powerful and memorable. I never thought that that night would fill with so many emotions like super happy uplifting moment like the song Paradise, A Sky Full of Stars and Adventure of a Lifetime. I could feel the massive positive energy that Chris brought out. His beaming smile was covered in sweat just only after few songs. He was running all over the stage and putting his hand to the back like airplane. He span himself around the stage, raised his hand up to the sky, and got on his knees and sang his heart out. The thousand big balloons bounced all over the hall. I’m obsessed with such positive vibe.

One of the best moments for me was when he performed Charlie Brown. The entire hall was glowing in the dark. And I looked around myself 360 degree. Everybody’s wristband was glowing in the dark exactly like when Chris sang that line.

Some moments were so emotional that made me tear up a little. When Chris sang Everglow while playing on his piano. The ending, Coldplay did the tribute to Muhammad Ali, a professional boxer, an activist, and recognized as the most influential figure in the 20th century. In remembrance of him, they played the interview he gave, “So I’m going to dedicate my life to using my name and popularity to helping charities, helping people, uniting people…we need somebody in the world to help us all make peace” I felt every word that he said.

 The climax for me was Fix you, the song said it all, when you try your best but you don't succeed… Chris was rolling on the floor singing. This is the song I listen to the most when I feel like everything goes wrong, and nothing could get worse. Just need to hold on to it, and everything will be better. The band sang together in unison “Tears stream down your face…” That line just had me, it was the moment of the night for me.

 

 

Many of Coldplay songs feels anthem like Viva La Vida. It’s the song that the best when everyone sang together. Our voice united as one, it was so powerful to be part of the energy that night. And the show ended with feel good song like Up and Up, and remind everyone to never give up on your dream. I think the set list was amazing!

 

It was two hours that packed with many experiences. I don't know how to fully express but I think Coldplay foster such positive energy around them that attract people. They bring people together with their music and left people with good feeling, and so inspired to do many things. While I was walking back home, I thought of favorite line from that night… Let’s make this life a wonderful adventure!!

Shirt: Senada Theory