23.04.16

COACHELLA 2016 (PLUS SURVIVAL KIT)

Music Festival

                                                Coachella 2016

ถ้าให้เราเลือกที่สักที่บนโลก...... 

ที่ที่สามารกล้าเป็นตัวเองได้เต็มที่ 

ที่ที่ทุกคนแต่งตัวสวยงามและใส่มงกุฎดอกไม้ไว้บนหัว  

ที่ที่เราสามารถฟังเสียงเพลง และเต้นมันออกมาจากใจ 

ที่ที่เรายกมือขึ้นโอบท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ด้วยความรู้สึกโคตรใช่ 

ที่ที่นี่เราเรียกว่า Coachella... 

 

ประสบการณ์Coachella ครั้งแรกของเราเริ่มต้นขึ้นในปี 2013 เป็นครั้งแรกที่ทำให้เราได้รู้จักความรู้สึกเหล่านั้น หลังจากวันนั้นเราก็แอบสัญญากับตัวเองว่า ถ้าเป็นไปได้จะต้องกลับมาทุกปีให้ได้ นี่ก็เป็นครั้งที่สามของเราแล้ว เราไม่ใช่ expert แต่อย่างใด แต่เราก็อยากเขียนข้อแนะนำ และแชร์ประสบการณ์ที่พิเศษที่นี่ สำหรับเพื่อนเพื่อนที่สนใจอยากจะมาสักครั้ง แล้วหวังว่าจะเป็นประโยชน์กัน

มาเริ่มต้นกัน! สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก Coachella ตอนนี้คงกำลังงงแน่เลยเห็นแล้วพูดมาตั้งนาน มันคืออะไรเนอะ Coachella เป็นงานเทศกาลดนตรีและศิลปะที่จัดขึ้นที่ทะเลทราย Indio ใน California จัดกันสามวันช่วง weekend มีทั้งหมด 2 สัปดาห์ (สำหรับใครที่อยากรู้ detail ลึกๆ ลองกลับไปอ่านกระทู้เก่าแล้วได้ ที่นี่) กระทู้นี้เราอยากมาเล่าเรื่องการเตรียมตัวก่อนไปงานอย่างเจาะลึก ประสบการณ์ในงานและsurprises อีกมากมาย 

 

If I have to pick one place on Earth where I can fully be myself.

Where people express their free spirit in beautiful bohemian and flower crown.

Where I could listen and dance from the beat of my own heart,

and raise my arm the highest to the sky cause it feels so right.

That feeling like you connected to the universe.

This is a place I called Coachella

 

My first Coachella was back in 2013, that when I first discovered all those great feelings. Ever since then I promise myself to keep coming back to this special place. This is my third time already, I ain’t no expert but I want to share this article for those who are interested in coming to this festival, and hopefully you find this useful. 

 

First thing first for those of you that are not familiar with Coachella yet. Coachella is the art and music festival that takes place in a desert in Indio, California in first two weeks of April. (You can read more on my old article that I use to write about it HERE.) This article I want to talk more about preparation for the festival, experience this year, many surprises!


Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016 
Coachella 2016

LOCATION: Indio, COACHELLA

Getting a ticket

Early Bird: คือตั๋วที่จะปล่อยออกมาหลังจากคอนเสิร์ตจบได้หนึ่งถึงสองเดือน ประมาณปลายเดือนพค ต้นเดือนมิย ส่วนมากคนที่ไม่อยากเสี่ยงจะซื้อล่วงหน้าก่อนหนึ่งปี เช่นเราเป็นต้น ราคาบัตรรอบนี้ไม่ได้ถูกลงมากนักแต่ค่อนข้างฟันธงว่าจะได้ตั๋ว ถึงยังไงถ้าซื้อก่อนแล้วไม่ไป เราก็สามารถขายได้เท่าต้นทุนหรืออาจจะมากกว่าหลายเท่าด้วยซ้ำ

Regular: รอบนี้เป็นรอบจริงวัดชะตาว่าจะได้ไปรึเปล่า ส่วนมากจะเปิดขายต้นเดือนมกรา Coachella จะไม่ประกาศอย่างยิ่งใหญ่ว่าขายเพียงแค่โพสรูปหนึ่งรูปใน Facebook แล้วบอกว่าขายบัตรพรุ่งนี้เก้าโมง (คนไทยต้องระวังหน่อย บวกเวลาเพิ่มขึ้นไปเพราะของเราจะเร็วกว่าเขา) ที่นี่ชะตากรรมเราก็ขึ้นอยู่กับสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่บ้านแล้วล่ะ แต่อยากบอกเพื่อนเพื่อนไว้ตรงนี้นิดหนึ่งว่า ณ จุดนี้line up ยังไม่ออกนะจ๊ะ เพราะฉะนั้นเราเลยคิดว่า จะซื้อรอบนี้หรือรอบ Early Bird ไม่ต่างกันมากเพราะยังไงก็ไม่รู้ line up อยู่ดี

Last Minute: แล้วถ้าชวดทั้งสองรอบอ่ะทำไงดี ที่จริงมันก็ยังพอมีวิธีแก้อยู่ เว็บไซต์ขายตั๋วกลางอย่าง EBay, Stubhub, Ticketsnow หรือsocial mediaเช่น Coachella Facebook page, IG (หา #Coachellaticket) แต่ราคานะหรอ ถ้าใครโชคดีหน่อยก็อาจจะได้ราคาจริงของบัตรหรือต่ำกว่านั้นด้วยซ้ำ แล้วแต่ไลน์อัพแต่ละปี แต่ส่วนมากจะเจอคูณไปสองเท่าสามเท่าแล้วแต่บุญแต่กรรม

Last Last Minute: แล้วถ้าเกิดงานมันเริ่มแล้วล่ะแต่เรายังไม่ได้ตั๋วเลย เชื่อเราปะ ว่าปีนี้เราเห็นคนมาซื้อบัตรกันหน้างาน แต่ราคาน่ะหรอไม่ต้องพูดถึง จาก $375 ปาไป$1200 ถ้าใครอยากไปจริงๆให้รอวันอาทิตย์เพราะส่วนมากคนจะอยู่ไม่ถึงกันสามวัน จะมีโอกาสซื้อได้ง่ายหน่อยให้ลองเช็ค Facebook Instagram ดูบ่อยๆจะมีคนมาโพสต์ขายบัตรราคาส่วนมากจะถูกกว่าครึ่งหนึ่ง

ยินดีด้วยถ้าได้บัตรแล้ว คุณได้ไปต่อ! ใกล้สู่ความจริงเข้าแล้วล่ะ คราวนี้เราอยากแนะนำเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆเพื่อที่ทำให้คอนเสิร์ตได้อรรถรสมากขึ้น เริ่มจากดนตรีก่อน ส่วนมากไลน์อัพจะประกาศให้รู้หลังจากตั๋วขายหมดแล้วประมาณสัปดาห์สองสัปดาห์ในเดือนมกรา เรามั่นใจเลยว่าหลายหลายคนจนไม่รู้จักแบนด์ส่วนใหญ่ในนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะคนอเมริกันก็ไม่รู้จัก ส่วนมากเค้าก็จะรู้จัก headliner ฉะนั้นนะเราแนะนำว่าถ้าอยากได้ประสบการณ์แบบเต็มรูปแบบจริงๆอ่ะ ลองฟังเพลงของวงที่จะมาเล่น และสร้างplaylist ทองคำขึ้นมา โห แต่มีเป็นร้อยแบนด์ฟังไงไหว วันนี้เราเลยมีเทคนิคการเซฟเวลาในการสร้าง Coachella Playlist

Getting familiar with the tune

Spotify: เป็นแอพฟังเพลงสากลที่นิยมมากที่สุด เราสามารถเซิร์ชคำว่า Coachella20XX เราก็จะเจอ playlist ที่ Coachellaได้สร้างขึ้นไว้ ซึ่งส่วนมาก เค้าจะจับแต่เพลงที่ยอดฮิตที่สุดของศิลปินท่านนั้นๆมาใส่ไว้ในเพลย์ลิสต์ เราก็เลือกกันได้สบายใจเฉิบเลยว่าชอบหรือไม่ชอบ สำคัญที่เราชอบคือ Coachella จะเชิญศิลปินที่มาเล่นในงานมาเลือกเพลย์ลิสต์ของตนเองด้วย (สำหรับประเทศไทย Spotifyยังไม่รับรองใน เมืองไทย แต่เราก็มีวิธีการแอบเล่นได้ ให้ดาวน์โหลด Tunnel Bear ซึ่งจะไปหลอกระบบว่าเราอยู่ในประเทศอเมริกา)

Google Play: อีกแหล่งขุมสมบัติเพลงที่ดีคือ Google เพลย์ ข้อดีของมันคือการจัดระบบ Playlist จากแนวเพลง ทำให้เราเลือกได้ง่ายขึ้น

YouTube: ทุกๆปีจะมีคนมาสร้าง playlist ใส่ไว้ใน YouTube ที่เจ๋งคือ YouTube มีอัลกอริทึมที่สามารถแนะนำแนวเพลงที่เราชื่นชอบหลังจากฟังเพลงหนึ่งจบแล้วได้ดีเยี่ยม ทำให้เราหาเพลงที่ชอบได้อย่างง่ายและรวดเร็ว

ถ้าเพื่อนเพื่อนได้ playlist ทองคำแล้วละก็ ให้ฟังเหมือนกับการหายใจ ไม่ว่าจะเปิดก่อนไปทำงานบนรถ นั่งอึ วิ่งจ็อกกิ้ง เดินไปซื้อของที่ตลาด ก็ฟัง playlist นี่ให้คุ้นหู เชื่อเราเถอะเวลาไปอยู่จุดนั้นแล้วถ้าร้องเพลงพร้อมพร้อมกับทุกคนได้ มันเป็นความรู้สึกดีดีที่บอกไม่ถูกจริงๆ

 

Getting the look

 

เหมือนที่เราเคยเกริ่นไปแล้วว่างาน Coachella ก็เหมือนมินิRunway ขนาดย่อม คงไม่มีใครอยากแต่งตัวเชยๆไปงานนี้หรอก ทุกคนจะพากันแต่งกายด้วยชุดโบฮีเมียนสุดชิค ถ้าใครยังไม่รู้ว่าจะแต่งตัวยังไง ลองเข้าไปอ่านกระทู้ที่แล้วที่เราเขียนว่าด้วยเรื่องการแต่งตัวไปCoachella ที่นี่

 

Where to stay

พูดถึงเรื่องที่นอนกันบ้าง ที่จริงมีหลายที่แต่วันนี้จะยกมาแค่สองที่เท่านั้น

Car Camping: เป็นวิธีง่ายแต่จะทำให้ได้ความสนุกอย่างเต็มรูปแบบ ใครว่าคอนเสิร์ตจบเพียงแค่เที่ยงคืน ถ้ายังมีแรงอยู่ ยังมีอีกหลายอย่างให้ค้นหาอยู่เลย แต่ถ้าเราไม่ได้นอนแคมป์ เราจะไม่สามารถไปต่อได้ เพราะรถที่จอดไว้ถ้าจอดได้ถึงเพียงแค่ตีสอง ถ้ามี Car campก็อยู่ได้ถึงเช้า เพราะตอนดึกๆหลังคอนเสิร์ตเลิกเเล้วจะมีกิจกกรมมากมายเช่น Silent dance party คือดีเจย์จะให้หูฟังมาเเล้วเต้นกับหูฟัง จะได้ไม่ส่งเสียงรบกวนคนอื่น Jazz club และอื่นๆอีกมากมาย  แต่ข้อเสียของการนอนเต็นท์ก็มีอยู่เหมือนกัน เช่นเรื่องห้องน้ำเนี่ย เป็นเรื่องที่เรากลัวที่สุดเลย สำหรับผู้หญิงนะคิวต่อแถวรอห้องน้ำอย่างต่ำชั่วโมงกว่าๆ เราเคยคิดจะหลบคนตอนเช้าไปอาบน้ำเอาตอนกลางคืน แต่ก็หนีไม่พ้นเจอแถวเป็นชั่วโมงอยู่ดี เพราะฉะนั้นเลือกเอาอยากต่อแถวในความหนาวหรือร้อน (แต่ถ้าใครอยากสบายหน่อย ก็เข้าห้องน้ำวีไอพีดู รู้สึกว่าจะเสียตังค์ประมาณ$10 ห้องน้ำสะอาดขึ้นเยอะ แต่คิวก็แล้วแต่บุญแต่กรรม ไม่ได้สั้นลงขนาดนั้น แล้วแต่จังหวะ)

Hotel: ส่วนมากโรงแรมจะตั้งอยู่ที่Palm Spring ขับออกไปจากตัวงานประมาณ 30 นาที แต่ราคาต่อคืนอาจจะแพงนิดนึงเริ่มต้นที่ $250 แต่เชื่อเราว่าถ้าไปเจอเตียงนุ่มๆ ผ้าห่ม และห้องน้ำดีดีแล้ว แพงแค่ไหนก็คุ้ม ปีนี้เป็นปีแรกที่เราได้นอนโรงแรม สรุปเราได้แต่งตัวและเดินทางไปเข้างานพร้อมกับตอนที่นอนเต็นท์เลย เพราะตัดเวลาต่อแถวเข้าห้องน้ำไปได้นั่นเอง

 

How much is my total trip

  •  บัตรสามวัน Coachella           $375
  •  เครื่องบิน (BKK-LAX)            $800
  •  ต่าเต้นท์ (Car camping pass) $ 25
  •  ค่าน้ำมันรถ                          $ 15
  •  ค่าอาหาร                            $ 30

เเชร์ทิ้งสิ้นสี่คน* เป็นทั้งหมด $1,245 หรือประมาณ 44,000 บาท

 

What should I bring to the festival?

  • เจลล้างมือ: มางานนี้ ตัวได้คลุกฝุ่นแน่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะฉะนั้นเวลาเรากินข้าวถ้าพกเจลล้างมือไว้ ก็ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะแหละ
  • แว่นตาง่อยๆ: เชื่อเปล่าว่ามีแว่นตาหายกี่คู่ในงานนี้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากไปหนึ่งในนั้น พกแว่นตา ที่เราทำหายแล้วไม่เสียดายมาดีกว่า
  • Camelbak: เป็นกระเป๋ายอดฮิตของคนอเมริกัน ลักษณะเด่นก็ตรงตามชื่อเลยคือ หลังของอูฐ เราสามารถใส่น้ำไปในกระเป๋าไว้ที่หลังอูฐนี้ได้ เพราะที่นี่ห้ามเอาขวดน้ำเข้า สามารถประหยัดตังไปได้ทุกๆ 2 ดอลล่าร์ในการซื้อน้ำหนึ่งขวด แถมยังเติมน้ำในตู้น้ำที่มีอยู่ทั่วๆบริเวณงานได้อีกด้วย
  • หน้ากาก: สำหรับใครที่แพ้ฝุ่น ไอเท็มนี้ขาดไม่ได้
  • กระเป๋าสตางค์เล็กๆ: ห้ามเอากระเป๋าตังค์ Prada มาเด็ดขาด พอหายแล้วไม่คุ้ม ควรเลือกกระเป๋าตังค์เล็กๆที่สามารถเก็บในกระเป๋ากางเกงได้
  • เสื้อหนาว: ตอนกลางคืนเพราะอยู่ในทะเลทรายอากาศจะค่อนข้างหนาวหน่อย เรามาจากเมืองร้อน เลยชอบพกเสื้อกันหนาวไว้เผื่อกันหนาว
  • ที่ชาร์ตแบตสำรอง: ไอเท็มนี้คงจะสำคัญมากที่สุดรองจากโทรศัพท์แล้ว เพราะเราจะอยู่ข้างนอกทั้งหมดมากกว่า 12 ชั่วโมง ใครในงานถ้าเกิดพลัดหลงกัน สัญญาณโทรศัพท์อาจจะไม่ดี ถ้าtextหากันอย่าลืมใส่เวลาที่textไปด้วย อาจจะคลาดเคลื่อนได้เยอะเลย
  • รองเท้าสบายๆ: มีอยู่ปีนึง เราเคยใส่รองเท้าส้นสูง 5 นิ้ว ใส่ได้ชั่วโมงเดียวต้องถอดเดินเท้าเปล่าทั้งงาน เพื่อนเพื่อนคิดดู เราต้องเต้นมากกว่า 5 ชั่วโมง และยังต้องเดินทั้งวัน เพราะฉะนั้นหาอะไรที่ใส่ง่ายๆสบายๆดีกว่า

  แค่นี้ก็พอแล้ว ได้เวลาเข้าสู่ตัวงาน แล้วแอบอยากกระซิบบอกเพื่อนเพื่อนไว้ก่อนว่า ระหว่างวันอากาศจะร้อนมาก ถึงมากที่สุด เพราะฉะนั้นยังไม่ค่อยมีคนออกไปชิวฟังเพลงกันที่เวทีกลางแจ้ง ส่วนใหญ่คนจะหากิจกรรมใต้ร่มทำกันระหว่างวัน เช่น

  • Beauty Bar: เสริมสวยเปลี่ยนสไตล์ทรงผมฟรีๆ  แอบขอเตือนว่าคิวต่อแถวยาวม๊ากกก
  • Souvenir Shop: ตรงหน้าทางเข้างานจะมีร้านขายของใหญ่อยู่ เพื่อนสามารถเลือกซื้อเสื้อลายCoachella ไว้เป็นที่ระลึกของงานได้
  • Beer Garden:  ร้านอาหารดังๆต่างๆในเมกาก็จะมาเปิดบูธกันที่นี่ แต่เพื่อนๆที่จะเข้าโซนเบียร์จะต้องมี wristband เราแนะนำให้มาแลกที่บูธตั้งแต่กลางวัน และต้องเปลี่ยนใหม่ทุกวัน
  • Ferris Wheel: ชิงช้าสวรรค์แล้วขอแนะนำให้นั่งตอนพระอาทิตย์ตกแต่เด็ดสุด ได้ชมวิว 360 องศา จะเห็นงานทั้งงาน พร้อมกับแสงพระอาทิตย์สาดส่อง
  • Yuma Stage:  สถานที่หลบแดดยอดฮิต คลับอิเล็กทรอนิกส์ขนาดย่อย ที่ทำให้เราสามารถเต้นในห้องแอร์ได้
  • Do LaB: เวทีโปรดกลางแจ้งของเรา บรรยากาศชิวอย่าบอกใคร ด้านหน้าเวทีจะมีคนคอยถือปืนฉีดน้ำ ไล่ยิงทุกคนให้เปียกซกไปตามตามกัน

Quick guide to all Coachella stages; there is total 5 stages

- Coachella Main Stage: เป็นเวทีที่พวก headlinerอย่าง ระดับเทพและตำนานเท่านั้นที่จะได้มาเล่น Guns N’ Roses, AC/DC, Jack White, Daft Punk, Cold Play, the Killers, Radio Head.

 - Outdoor: ตั้งอยู่ทางด้านขวาของ Main Stage เป็นเวทีระดับท็อปที่ไม่แพ้กันเลย ส่วนมากคนที่เล่น main stage ผ่านการเล่น Outdoor มาเเล้วเช่น like 1975, Arcade of Fire, และ Disclosure

- Gobi Tent: จะอยู่ทางด้าน ตะวันออกเฉียงใต้ของ Outdoor สไตล์เพลงจะแนว indie, hip hop, deep houseเช่น Kate Nash, Frances, and Bob Moses.

- Mojave Tent: อยู่ตรงกลางระหว่าง Gobi กับSahara ความเป็นอินดี้กับอินดี้ร็อคอยู่มากเช่น Nosaj Thing, Borns, และPurity Ring.

- Sahara Tent: เต้นท์ขนาดใหญ่เบิ้มที่จุไปด้วยความมันส์ของเพลง EDM ประกอบไปด้วยแสง. สี เสียง และดีเจระดับโลกอย่าง Alesso, G-Easy, Chainsmokers.

 

And we made it to the festival... 

พวกเราเดินทางถึงตัวงานประมาณห้าโมงในวันศุกร์ มาทัน Foals กำลังเล่นสองเพลงสุดท้ายพอดีเลย ตอนนี้แดดไม่ร้อนแล้วอากาศกำลังพอดีเลย เราดิ่งเข้าไปหน้าเวที Main Stage รอ Of Monsters and Men โชคดีมากที่เราได้ ที่ใกล้หน้าเวทีมาก  ตอนที่พวกเขาเล่นเพลง “Little Talks” เราแอบคิดในใจว่า Coachella Weekend ให้เริ่มขึ้นแล้วหละสิ

Highlight วันศุกร์ของเราจะเป็นใครอื่นไม่ได้นอกเหนือจาก M83 ลองคิดตามเรานะบรรยากาศตอนกลางคืน มีผู้คนมากมาย เพ่งเล็งไปยังเวที แถมบนเวทียังมี visual แสงสีต่างๆ ทำให้จินตนาการเราโลดแล่นไปไหนๆ ตอน M83เล่น “Moon child” กับ “Wait” เป็นอารมณ์ที่เหมือนกับเราหลุดขึ้นไปลอยบนอากาศ ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงๆ หลังจากโชว์จบ พวกเราก็ไปที่ เวทีSahara G-Easy กำลังเล่นอย่างเมามัน ที่พีคที่สุดคือตอนที่เราเข้าไป เพลง “Me, Myself, and I” กำลังเล่นอย่างได้ที่ ทำเอาเราติดหูเพลงนี้ไปอีกเป็นสัปดาห์ สุดท้ายเราจบลงด้วยวง กำลังเล่นอย่างได้ที่ ทำเอาเราติดหูเพลงนี้ไปอีกเป็นสัปดาห์ สุดท้ายเราจบลงด้วยวง LCD Soundsystem ที่เล่น coverเพลงของ David Bowie, “Hero”

สำหรับเย็นวันอาทิตย์ก็มันไม่แพ้กัน highlightสำหรับเรามีอยู่สองวงคือ Chainsmokers เราตั้งใจมาฟังเพลงเพลงเดียวเลยคือ “Roses” ที่ติดหูเรามานานกว่าครึ่งปีแล้ว แต่โชว์ที่ทำให้เราต้องช็อคจนกรามค้างคือ Sia ก่อนเริ่มงานพวกเรายังตื่นเต้นกันอยู่เลยว่า Sia จะเผยหน้าที่แท้จริงออกมาหรือไม่ แต่สุดท้ายก็แอบผิดหวังเล็กน้อยเพราะเธอออกมาพร้อมกับวิคบ๊อบสองสี (ดำ-ทอง) ถ้าออกมาพร้อมกับหนูน้อยมหัศจรรย์ Maddie ที่เต้นออกมาได้ทั้งหัวใจ อะไรดูการแสดงแล้วถึงกับต้องร้องไห้ออกมา เป็นอะไรที่ดีเกินคาดหมายจริงๆ ทั้งเสียงร้องที่ทรงพลัง สีหน้าท่าท างการเต้น ทุกอย่างเข้ากันได้อย่างลงตัว  ทำให้เราลืมนึกถึงว่าหน้าที่แท้จริงของ Siaจะเป็นอย่างไร สุดท้ายทุกคนพอใจมากๆกับการแสดง

แต่วันที่เป็นhighlightที่สุดที่ต้องยกให้ก็หนีไม่พ้นวันเสาร์ พวกเราเริ่มวันในการนอนชิวบนหญ้าฟังเพลงเพราะๆจาก Ryde หลังจากนั้นก็เปลี่ยนไปที่ Main stage รอฟัง CHVCHES  เราชอบเพลง "The Mother we Share" มาก ยิ่งได้ฟังตอนนั้นนะ พระอาทิตย์กำลังตกพอดีเป็นอะไรที่มีความสุขมากๆ “When the fire start to burn…” พอDisclosure ขึ้นเวที เวทีก็ร้อนละอุขึ้นมาทันตา ยิ่งตอนที่ Lorde กับ Sam Smith เพิ่งขึ้นมาเป็นแขกรับเชิญนะ เวทีแทบถล่ม เราไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย ว่าจะได้เจอ Lordeอีกครั้ง ครั้งล่าสุดเจอที่นี่แหละปี 2013 และได้มาเจอครั้งนี่เหลือเชื่อจริงๆ หลังจากนั้น เราแอบตามเสียงเพลงมาที่outdoor stage เห็น Halsey กำลังเล่นเพลงยอดฮิตของเธอ“New Americana”  แต่นั้นยังไม่จบ จุดพีคอยู่ที่ว่าเธอนำนักร้องวง Panic at the Disco มาเป็นแขกรับเชิญ ทั้งสองร้องเพลงยอดฮิตตลอดกาลอย่าง “I Write Sins Not Tragedies” นับว่าโชคดีมากๆ ที่ได้มาถูกที่ถูกเวลาอย่างนี้ หลังจากนั้นเราก็เดินกลับ Main stage รอ Ice Cube เราเชื่อว่าหลายหลายคนคงโตมา ได้ยินเพลงของIce Cube ติดหูมาบ้าง เริ่มด้วยเพลง “Gangster Rap Made Me do it”  แถมยังเอา MC Ren, DJ Yella และ Snoop Dog มาเป็นแขกรับเชิญด้วย สุดท้ายขอปิดฉากเวทีด้วยตำนานวงการดนตรีอย่าง Guns N' Roses นี่นับเป็นครั้งแรกจากรอบ 20 ปีที่พวกเขาได้มารวมตัวกัน เราเชื่อว่าสาวก GNR ตัวจริงต้องมีน้ำตาซึมกันไปก็วันนี้แหล่ะ เริ่มต้นเปิดจากเพลง  “Welcome to the Jungle”  ระหว่างที่โชว์นะ Axl ขาเจ็บ ต้องนั่งอยู่บนแท่นบัลลังก์ เชื่อป่าว ขนาดแค่นั่งอยู่ยังสามารถคุมคนดูเป็นแสนๆคนได้อยู่หมัด พลังอำนาจเหลือเชื่อจริงๆ เราชอบเกี่ยวกับวงนี้อย่างหนึ่งก็คือ คนในวงมีความสำคัญเท่าๆกัน ปกตินักร้องจะเป็นคนเด่นสุด แต่วงนี้เปิดโอกาสให้มือกีตาร์ มือเบส มีบทให้ตัวเองได้โซโลทุกเพลง เพราะเราเห็นSlash เดี่ยวโซโล่กีตาร์แล้วเห็นแล้วต้องยกนิ้วให้จริงๆ เราว่าได้แค่มาดู GNR แค่นี้ก็คุ้มค่าบัตรเเล้ว ตอนใกล้จบ GNR พา Malcom Young จากวง AC/DCมาด้วย ไม่อยากเชื่อเลย ว่าจะได้มาเห็นทุกๆอย่างภายในคืนเดียว เราไม่ได้เห็นแค่นั้น นักดนตรีสามสี่คนเล่นบนเวที แต่เราเห็นความทรงพลังที่สมาชิกทุกคนในวงร่วมบรรเลงเสียงเพลงที่กลั่นออกมาจากใจ เราเห็น passion ที่ออกมาจากเสียงดนตรี ทำให้เราคิดอยากจะทำอะไรก็ตามให้สุด และเต็มเปี่ยมไปด้วย passionเหมือนที่ GNRเล่นให้เราฟังในวันนั้น

คืนนั้นเราเดินจาก Coachellaไป ไม่เพียงแต่ได้รอยยิ้ม บนหน้าตา แต่ยังได้จุดประกายไฟในหัวใจให้เราด้วย  พอเราเห็นศิลปินแต่ละคนทุ่มทั้งตัวเเละหัวให้กับการทำสิ่งที่เค้ารัก เรารู้สึกอยากเอาไฟที่ร้อนระอุในตัวศิลปินแต่ละท่านมาเป็นเเรงบันดาลใจในการดำเนินใช้ชีวิต ไม่ว่าเราจะเลือกเดินทางไหน เราอยากทำมันให้สุดเหมือนพลังจากบนเวทีที่เราได้รับใน Coachella เเละนี่แหละคือเสน่ห์ของ Coachella ที่ไม่เหมือนกันทุกปี 

เพื่อนเราถามว่า "ปูเป้ นี่ก็ปีที่สามแล้วที่แกไปติดต่อกัน ไม่เบื่อบ้างหรอ ต้องลองไปอย่างอื่นบ้างได้แล้วนะ"

เราหัวเราะเล็กๆ เเละตอบกลับไปว่า "เออก็จริงปีที่สามแล้วล่ะ แต่แกคงไม่เข้าใจเราจริงๆ Coachella แต่ละปีก็ไม่เหมือนเดิม มีเรื่องราวและความทรงจำใหม่ๆ ที่คุ้มกับการกลับมาสร้างใหม่ทุกปี..."

 

(Outfit#1) Top: Runway Items    Pant: Bohemian Rhapsody  Tiara: Forever21

(Outfit#2)  Fringe Skirt: Bohemian Rhapsody Flower crown: Topshop

(Outfit#3)  Dress: Phad-Toh  Flower crown: Topshop

Photo Courtesy of: Coachella, LA Time Out

Photographer: Gunn T, Laboon 

 

Getting a ticket

Early Bird: the ticket will go on sale one year in advance ticket approximately 1-2 months after the festival or in May or early June. Most of the festival goers that don’t want to take any risks, can get it from this round. This is what I did for 3 years now.  If you want to sell it off later, you can sell it back multiple times the face value. 

Regular: the real ticket of Coachella will launch in first few weeks of Jan! they will always warn us only a day before, “ticket on sale tomorrow 9AM Pacific time” (for Thai people, we have to carefully calculate the time forward, it will be our night time) And this is when the signal of your internet connection dictates your destiny. But one thing you should know, at this point the lineup are not out yet. Every year lineup will launch few days after all tickets sold out, so I think to buy an early bird or regular round doesn’t really make any different. 

Last Minute: what if you miss both rounds? It’s not the end of the World. You can still buy it off Ebay, 3rd party website like Stubhub, Ticketsnow, Coachella Facebook page (people will sell in the guest’s post), Instagram (Search the #Coachellaticket) What about the price? If you’re lucky, you’ll get face value or even cheaper, but mostly it could go up to X2)

Last Last Minute: so Coachella starts you still got no ticket? Take a risk! Roll your dice! I saw people sell their ticket off for $1,200. Or wait until last day, many festival goers couldn’t make it on their last day and tend to sell their ticket off half price. Be fast! Because the ticket runs out fast! Constantly check your Instagram, Coachella Facebook page, or Ebay.

So Congrats! You got a ticket! One step closer to reality! Now I want to suggest a way to enhance your experience way better when you know the music. I’m pretty sure that when the lineup came out in late January, there will be a lot of bands that you’ve never heard of. Most of us will know only headliner. To get the full experience, I suggest that you should get familiar with the beat! Every year I will create my own Golden Coachella playlist of that year. Now curating your own playlist from hundreds of bands is hard. I got some techniques to help you save a lot of time

Getting familiar with the tune

Spotify:  is a music streaming application that if you search for “Coachella20XX” you’ll find an official playlist that Coachella curated, they will cherry-pick only most popular track of each artist. This will help you quickly scan whether you think it’s a ‘Yay’ or ‘Nay.’ What’s cooler is that Coachella will let your favorite artist curate their Coachella playlist, so you can see what your favorite band is is listening too. (Note: For Thai people, Spotify is not compatible in Thailand, but no worries we have a way to go around, download Tunnel Bear to trick the system that you’re in the country that accessible by Spotify)

Google Play: another good source of music is Google, it will categorize the playlist by genre, so it’s super convenient and easier to find your own tune.

Youtube: every year people will create their Coachella playlist in there, the good thing about Youtube is after song end, the genius algorism will suggest the similar type of music that we might be interested

Once you have your Golden playlist, listen to it like breathing the air whether it’s road trip, jogging, walking along the street. This is the way I prep myself before a big day, so you can sing along the anthem with hundred thousands of other people out there. Trust me, the feeling is indescribable.

 

Getting the look

 

So I mentioned about how Coachella has a serious dress code, you wouldn’t want to appear in simple T and long jean when 80% of the people there dress up in their best bohemian looks. In my last article, I talked about 10 simple bohemian looks that would turn you into a desert Queen! HERE

 

Where to stay

There are a couple of ways to stay, but I will split into 2 mains way. First is camping, and hotel.

Car camping: this is a cheap and fun way to get the full experience! The night doesn't end when concert is over! There are so much more to explore if you still have energy! If you don’t camp here, you can park the car only until 2AM otherwise, your car will be trolled. But if you have car camping, you can stay up all night! The experience included the silent dance party, jazz club, and many more. But the downside of car camping for me always about toilet… For women tends to me a lot longer like a couple of hours. I have a theory to get a shower at night will be lesser people, but nope! As long as it could be. So choose it, whether you want to wait in line in hot or cold.  (If you want, you could pay for VIP toilet for $10 much cleaner! But the waiting line does not guarantee less time spent! Depend on time you come) 

Hotel: most of the hotels are in Palm Spring which is 30 minutes away from the festival. But it WILL be pricey! It’s their only time of the year to make a lot of money. The price will start around $250 up per night. But it will be a lot more convenient with proper bed, blanket, and bathroom. We ended up coming to the festival around the same time because we can skip all the waiting in line time spent. 

How much is my total trip

  • Coachella Ticket     $ 375
  • Airfare (BKK-LAX)  $ 800
  • Car camping pass  $  25
  • Fuel                      $ 15
  • Food                     $ 30

Share car camping and fuel with 4 people. Total spent $1,245 or 44,000 THB

 

What should I bring to the festival?

  • Hand gel: when it comes to a festival, be prepared to get dirty. Make sure you bring along the compact hand gel
  • Crappy sunglasses: you wouldn’t believe how many pairs of sunglasses lost in festival each year, so make sure you bring sunglasses that you wouldn’t regret when u lose 
  • Camelbak: we are not allowed to bring water inside, but you can bring the backpack that held water inside! Camelbak will save you every time you purchase water for $2. After you’ll finish, you can fill it up in water station that located many places inside the festival.
  • Mask: for those of you who are allergy to the dusk, prepare a mask to fight with the sand
  • Small purse: don’t bring your Prada purse to a festival.  Find small handy purse that easy to fit in your pocket in short or pants.
  • Cardigan: it gets really COLD at night. (maybe I come from hot country, but seriously) I would bring small cardigan with me just in case I got cold at night
  • Portable charger: probably the most important item after phone. Your batter will be out for sure after 12+ hours, it’s very hard to find signal inside the festival so my technique is always left a battery on a phone. And when you text, put in time, because the message could deliver delay.
  • Comfy shoe: trust me, I went with my 5 inches heels before, not worth it, we will be dancing most of the time, better in the most comfortable shoe as possible. 

So you’re all set! Now it’s time to head to the festival. I want to give you guys some heads up first. During the day time is extremely hot. Not so many people head out for to outdoor stage yet. I would suggest you relax, there is a lot of activity to do during day time such as 

  • Beauty bar: If you have a problem with your hair, go get your FREE makeover at the beauty bar. But warning about the waiting line might be over two hours. (For guy also can get the fresh cut free of charge too
  • Souvenir shop: keep your memory alive by getting the Coachella T or towel at the shop
  • Beer garden: we cannot drink inside the festival, so there is an area specifically to drink. I would recommend you to get the wristband that can access to beer garden first. 
  • Ferris Wheel: get the full 360 view from a bird's-eyes view, especially at the sunset 
  • Yuma Stage: an indoor electronic stage that keeps you dance in your feet in the shade.
  • Do LaB: wet and wild outdoor stage that will constantly splash water all over the place

 

Quick guide to all Coachella stages; there is total 5 stages

  • Coachella Main Stage: where all the headliners perform like Guns N’ Roses, AC/DC, Jack White, Daft Punk, Cold Play, the Killers, Radio Head.
  • Outdoor Stage: locate on the right of the stage. This stage is not second best, most of the artist who got to perform in Main stage will perform in this stage prior like 1975, Arcade of Fire, and Disclosure.
  • Gobi Tent: next to outdoor by the South Eastern. More like indie, hip hop and deep house music. Some of the artists perform there such as Kate Nash, Frances, and Bob Moses.
  • Mojave Tent: this tent is in between Gobi and Sahara. The genre is around indie, indie rock like Nosaj Thing, Borns, and Purity Ring.
  • Sahara Tent: the biggest EDM tent that blows your mind away include some of the big DJs like Alesso, G-Easy, Chainsmokers. 

We got to a festival around 5PM on Friday, just in time to catch Foals on their last song. This is where the magic truly starts. For me, most of my festival time will start around 4-5PM when the sun is not too strong. We stuck to the Main Stage for Of Monsters and Men. We were super lucky to get there really close. When they started to sing the anthem,   and the crowd started to go crazy, I know that my Coachella weekend has started… 

The highlight on Friday night for me definitely M83, when they played “Moon child”, and “Wait.” For me to see the visual at the back and hear such a peaceful melody. I never felt this way before with music, it was as if we were up floating in the sky by the sound and mood of that night. After the act, G-Easy’s song “Me, Myself, and I” in Sahara Stage got me humming their song in my head a week after. And we ended our night with LCD Soundsystem who did a cover of “Hero” by David Bowie to close the Friday show.

 

Sunday night was as fun, the 2 main highlights for me was Chainsmokers, their song, “Roses” has been stuck in my head since last year, and I finally got to see them live. But what kept my jaw dropped that night was the performances from Sia! We were all anticipating whether Sia will reveal her face or not. At the end, she preferred not to and stick to wear the HUGE black and blonde wig to disgust herself. She brought along the little girl, Maddie who gave the quirkiest show ever. We all accept the fact that she wants to protect her identity, just solely her voice and epic dance performance, we were all super satisfied already despite disguise her face or not! 

The highlight of all the weekend was on Saturday night. We started our day by chilling on the grass field and listening to Ryde. After that, we move to the main stage for CHVCHES. When “The Mother We Share” turned up. I felt so alive to watch CHVCHES and sunset at the same time. “When the fire starts to burn…” the stage couldn’t be hotter when Disclosure brought Lorde and Sam Smith as  special guests! This literally brought me to tear! I couldn’t believe to see Lorde again after saw her at Coachella in 2013. This is way too good to be true. After that we swung by Outdoor stage to catch Halsey on her most favorite song, “New Americana” and we were stoke with luck, it was just in time she brought special guest, the Panic at the Disco and both of them sang all-time favorite like “I Write Sins Not Tragedies” so see all of that in such a short time was so UNREAL!! We were so blessed how lucky we were by that night. Before heading back to the main stage to catch Ice Cube. It was such a nostalgic moment, he kick started with “Gangster Rap Made Me do it” he brought out MC Ren, DJ Yella, and Snoop Dog. The show ended with the sound of the crowd cheering and screaming. But nobody couldn’t end the night better than Guns N’ Roses. This is their first reunion after 20 years. They started off the show with “Welcome to the Jungle” During the show, Axl was just sitting on the big throne because he injured his leg, but still sent all the power and energy to all of us hundred thousands people. It was insane. What I love the most about GNR was that all the members earned their own solo, not just lead singer who gets all the fame. Slash was a God of Guitar Hero every time he played solo. Toward the end of the show, they brought Malcom Young from AC/DC. I was almost unbelievable to witness everything all in the same night. Watching live is so much better in every aspect, it glued picture very well of the people you were with, the vibe, the energy that the artist sent. 

That night I learn one important lesson in my life. All the artists that were up on the stage, when I see them perform, they gave me more than 100% back, their positive energy was so attractive, it made me want to be as passionate about whatever I do in life. I want to do it like I really mean it like those artists up there. And this is the charm of Coachella that draws me back to visit year after year.

My friend said “Pupe, you’re gotta change and explore something new” I laughed and said, “You’re right. But you wouldn’t understand how it actually felt, every year is another story, there is something that keeps getting back here every year”

 

(Outfit#1) Top: Runway Items    Pant: Bohemian Rhapsody  Tiara: Forever21

(Outfit#2)  Fringe Skirt: Bohemian Rhapsody Flower crown: Topshop

(Outfit#3)  Dress: Phad-Toh  Flower crown: Topshop

Photo Courtesy of: Coachella, LA Time Out

Photographer: Gunn T, Laboon