03.12.16

BIPOLAR WEEKEND AT CLOCKENFLAP MUSIC FESTIVAL

Music Festival

                                                clockeflap2016

ห๊ะ อะไรนะ? Clockenflap?”

เอาจริงป่ะ พึ่งเคยได้ยินชื่อนี้ ไม่กี่สัปดาห์ก่อนงานจะเริ่มเอง ฟังมาจากการเม้ามอยของพี่ที่ทำงานตอนเที่ยง ชีบอกว่างานนี้คุ้มสุดบัตรประมาณ 7พันนิดๆ สามวัน แต่ lineup รุ่นใหญ่ทั้งนั้นอย่าง THE CHEMICAL BROTHERS, M.I.A, SIGUR RÓS, FOALS, LONDON GRAMMAR, BLOOD ORANGE, SHURA, และ LUCY ROSE เราแบบ เอิ่มมม ไปสิ รอไร! งานจัดวีคเอ็นสุดท้ายของเดือน พย เป็นงานกลางแจ้งที่จัดบนหญ้า ท่ามกลางวิวตึกสูงลัดฟ้า และวิวชิวๆของท่าเรืออีกฝั่ง แค่เว็นนูก็กินขาดแล้ว แค่ได้คิดว่าจะมาเก็บเฟสติวัลที่ต่างประเทศอีกที่ก็ทำเอานอนไม่หลับแล้ว พูดไม่ถูก ตื่นเต้นทุกครั้ง

พอดีกับที่เราจะไปเยี่ยมเพื่อนที่ฮ่องกง เรากับเพื่อนจะไปลุยกันที่เฟสติวัลในฮ่องกงเป็นครั้งแรก! แล้วเป็นดวงมาก คืออพาร์ทเม้นท์เพื่อนเราอยู่ที่ Centralพอดี คือเดินไปงานแค่ 10นาที แบบถ้าเมามากก็ยังกลิ่งกับบ้านถูก ฮ่าๆ  งานเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ แบนด์เดียวที่เราอยากดูวันนั้นคือ Sigur ros เราไปถึงงานก็ค่ำๆแระ เราเลยเดินสำรวจงานรอบๆก่อน เดินเข้าไปจะเจอเวทีใหญ่อยู่สองเวที Habour กับ FWD ไว้ให้พวกรุ่นใหญ่เล่น

“Clockenflap?!”

Honestly I just heard that word from my colleague over the lunch time few weeks before the festival. She spilled some of the big lineups like the CHEMICAL BROTHERS, M.I.A, SIGUR RÓS, FOALS, LONDON GRAMMAR, BLOOD ORANGE, SHURA, and LUCY ROSE. I was like wait... What? Clockenflappp?! She told me that it will be on last weekend of November! This outdoor festival will be held by Hong Kong harbor and we would get the view of skyscraper in the background and the bay from the other side! Once I heard that it’s the outdoor music festival in Hong Kong, I felt pumped just thinking of what music festival in Hong Kong would bring…

I was so excited to visit my friend in Hong Kong also! It would be our first time experience HK festival together. Luckily she lives in Central, so it was only 10-minute walk from her apartment. On Friday, the only band I wanted to see was Sigur ros. We got to the festival at night. So we wandered around, there were two big stages; Harbor and FWD standing side by side. This is where all the headliners perform.


clockeflap2016 
clockeflap2016

LOCATION: Clockenflap, HONG KONG

เราเดินไปต่อทางซ้ายๆ จะเจอโซนที่ออกแนวครอบครัวๆหน่อย มีคนนั่งปิกนิกฟังดนตรี ของ craftขาย และเจอเวทีปลาหมึกยักษ์ที่ขยับหนวดไปมาได้! แต่เพลงจะชิวๆหน่อย

เราว่าที่เจ๋งของโซนนี้คือ Silent Disco ที่จริงเราเคยเล่าให้ฟังหลายรอบแระในงานเฟสอื่นๆ แต่ที่ Silent Discoที่นี่จัดตรงท่าเรือพอดี วิวดีงามมากกกก แต่เสียดายคิวยาวมาก เราเลยคิดว่าเดี๋ยวค่อยกลับมาเล่นใหม่ ส่วนทางซ้ายสุดคือ เวที KEF เป็นอินดอร์เล็กๆหน่อย แต่ lineupแต่ละอันที่เซอร์ไพรส์เราตลอดเลย จัดว่าดี แต่เดินกลับเราฟลุคไปเจอวง BADBADGOOD กำลังเล่นบน FWD ออกแนวแจสๆ อิเล็กโทรหน่อย เป็นอะไรที่แปลกแต่เวิร์คมาก สิ่งที่โคดเจ๋งเกี่ยวกับเฟสติวัลคือเหมือนจ่ายเงินไปกินบุฟเฟ่ ได้ลองอะไรหลายๆอย่าง ทำให้เทสรับรู้กว้างขึ้น เราว่าเป็นอะไรที่เปิดหูเปิดตามาก

 

คืนนั้นเราจบด้วยแบนด์ที่รอคอยมานานอย่าง SIGUR RÓS เอาจริงปะ เป็นวงที่ดี๊บโคดๆ ถึงแม้ว่าจะฟังเนื้อไม่ออกเลย เพราะร้องในภาษา Icelandic แต่รับรู้ได้ถึงอารมณ์เต็มๆ เล่นเอาเราขนลุกทุกครั้งที่ฟังเพลงนี้ แล้วยิ่งได้ดูในบรรยากาศเวทีใหญ่ๆท่ามกลางแสงสีเสียงของตึกระฟ้างี้ยิ่งปี๊ดไปอีก คืนนั้นงานเลิกประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ แต่แรงเรายังเหลืออีกเยอะเลยไปแวะย่าน Lan Kwai Fong คล้ายๆข้าวสารบ้านเรา ฮ่าๆ จำได้ว่าคืนนั้นจบด้วยการชวน security guardเต้น เป็นคืนwarm upแรกที่มันหยด

เรารีเซ็ตวันที่สองใหม่ประมาณเที่ยงๆ เราอาบน้ำแต่งตัวแระก็ใส่คอนแทคเลนส์สีของ JOHNSON AND JOHNSON เมื่อวานคือแปลกใจมาก เพราะปรกติใส่คอนแทคนานๆแล้วตาจะแห้ง แต่เมี่อวานเราลืมไปเลยว่าใส่คอนแทคด้วย รู้สึกตาชุ่มชื่น และทำให้ดวงตาสดใสทั้งวัน 

 

หลังจากกินข้าวเสร็จ อยากบอกทุกคนว่าถ้าใครจะมางานนี้อย่าลืมพรีดริ๊งค์มาก่อน เพราะเครื่องดืมในงานตกแก้วละ 70HKD ได้ หรือประมาณ 350บาท ถ้าดื่มเยอะอาจจะหมดตัวไม่รู้เรื่องได้ เราเลยแวะ 7 ทำธุระให้เสร็จ วันนี้เรามาด้วยชุดนอนสีรุ้งของ Lalalove เป็นสีที่ค่อนข้างจะต่างจากคนแถวนี้ เล่นเอาทุกคนงงไปตามๆกัน ฮ่าๆ เราชอบใส่อะไรที่สนุกๆแบบนี้ในงานเฟสติวัล

 

สักพักพายุดันเข้า ฝนตกชนิดที่เรียกว่าไม่ลืมหูลืมตา เลยต้องตั้งหลักอยู่ในเต้นท์สักพัก ดูท่าทางฝนจะไม่หยุดง่ายๆ เราเลยตัดสินใจไปเวทีอินดอร์กัน ใกล้ที่สุดก็คือ Electiq เป็นเวทีที่เมื่อวานเราไม่เห็น บรรยากาศกำลังได้ที่เลย ตอนนั้น JEREMY CHEUNG กำลังเล่นอยู่ เป็นการตัดสินใจที่ถูกมากที่เริ่ม warm upด้วย deep house electronic ไม่แรงเกินไป บี๊วอัพเรื่อยๆ เราอยู่ที่นั้นเกือบทั้งบ่าย เราเต้นไป ใจก็ภาวนาให้ฝนหยุดเพราะอยากไปดู JOSE GONZALEZ ใจจะขาดดด เป็นเพลงที่เราฟังก่อนนอน

 

จนประมาณบ่ายสี่ จะจบและเลยตัดสินใจ เอาวะ! ฝนก็ฝน ลุย! โชคช่วยสุดๆเพราะตอนที่เล่นเพลงสุดท้ายพอดี ให้ทายว่าเพลงไร Heartbeats! เพลงโปรดที่เราฟังก่อนนอน เป็นโมเม้นท์ที่ลืมฝนที่ตกหนักไปชั่วคราว เสียงนุ่มๆของ Jose ที่เพราะยิ่งกว่าเทป ทำให้ทุกคนลืมอากาศที่แย่ๆไปเลย ชิวเวอร์! เป็นไรที่โชคดีมาก

 

 

และแล้วฝนก็ตกลงมาหนักภาคสองจนต้องวิ่งเข้าไปหลบที่เต้นท์จนได้เจอคนออสซี่สองคน พวกเค้ากำลังรอดู LONDON GRAMMARอยู่ มาพักหลบฝนที่เต้นท์ด้วยกันเป็นชั่วโมงเลย เลยไปด้วยกันต่อ ฝนยังคงตกมาอย่างต่อเนื่องเหมือนอั้นมาทั้งปีในวันเดียว เป็นอะไรที่หนาวและเปียกมาก จุดนั้นเรามองไรไม่เห็นเลย เต็มไปด้วยร่ม พอดีเพื่อนใหม่ฟังเราบ่นเลยให้ขี้หลังเฉยเลย แล้วพี่แกเป็นไรที่ตัวสูงและแข็งแรงมากก โมเม้นท์ที่เราขึ้นไปเหมือนโลกหยุดหมุน รู้สึกดีโคดๆ เหมือนบินท่ามกลางฝนได้ เป็นจังหวะที่เค้าเล่นเพลงโปรดเราพอดี Strong ตอนนั้นฝนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราฟินยิ่งขึ้น พอขี้นมาแล้วความรู้สึกบนนี้มันคนละเรื่องเลย เหมือนปล่อยตัวไปกับเสียงเพลงได้เต็มที่ เป็นโชว์ที่ฟินมาก

 

หลังจากนั้นถึงแม้เราอยากดู Blood Orange กับ M.I.A. มาก แต่ฝนยังตกอย่างไม่ปราณี เลยตัดสินใจกลับไปอาบน้ำที่บ้าน ทำตัวให้อุ่นแล้วค่อยออกมาใหม่ วันนั้นเป็นวัน LGBT Prideพอดี เลยได้ไปปาร์ตี้ และต่อด้วยบาร์ที่เปิดเพลงร็อครุ่นเก๋า เป็นวันที่มีหลายรสชาติจริงๆ คืนนั้นเรากลับถึงบ้านประมาณตีสี่ได้ เป็นวันที่ยาวนานมาก เจอทั้งฝน ฝุ่น ลม แถมยังลุยข้างนอกกว่า 20ชั่วโมงได้ แต่ที่น่าแปลกใจคือ เรารู้สึกไม่เหนื่อยมาก โดยเฉพาะตายังไม่ล้า อยากเม้าท์ว่า contact lensสีอันใหม่จาก JOHNSON AND JOHNSON ที่เราลองดีงามมาก ปกติเราเป็นคนใส่คอนแทคสีไม่ได้ จะระเคืองตามาก ยิ่งถ้าโดนฝุ่นลมนิดหน่อย จะระคายตาทำให้ต้องขยี้ แต่ของเจ้านี้ดีมาก เราลุยฝุ่น และฝนมาทั้งวันก็ไม่รู้สึกไร รู้สึกตาชุ่มชื่นเหมือนไม่ได้ใส่อะไร แถมที่เจ๋งโคดๆคือ สีเป็นธรรมชาติมาก ไม่มีใครรู้ว่าใส่คอนแทคเลย ใส่แล้วเนียนเหมือนตาจริง ถ้าใครอยากลองดูว่าเป็นไงลองคลิ๊กไปรับ Sample FREE ได้ที่นี่

วันสุดท้าย ตื่นมาพอเห็นแดดออกก็สบายใจแระ วันสุดท้ายมาร๊อคกางเกงยีนส์ขาม้าของ Missmystmist เป็นอีกหนึ่งกางเกงโปรดที่ใส่แล้วเข้ารูปแถมยังดีไซน์เก๋ เรารีบออกจากบ้านไปถึงงานตอนบ่ายๆ แดดจ้ามากๆวันนี้ เป็นสัปดาห์ที่ bipolar มากในฮ่องกง เมื่อวานฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา แต่วันนี้กลับแดดออกเปรี้ยง 

วันนี้ได้เดินดูงานทั่วๆตอนกลางวันพึ่งรู้ว่างานนี้ vibe ครอบครัวมากๆ มีหลายบ้านพาเด็กน้อยมานั่งปิกนิกฟังเพลง บางคนพ่อพาขี่คอไปลุยหน้าเวทีพร้อม earmuff

โชว์แรกที่เราดูวันนั้นคือ LUCY ROSE ประมาณบ่ายสาม เสียงชีทำให้เรานึกถึงบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงที่เหงาๆ ต่อจากนั้นก็เป็น SHURA ที่จะมาที่ไทยงาน Wonderfruitปีหน้าด้วย จริงๆไม่ค่อยเป็นแนวเราแต่ liveได้ดีมาก ยิ่งตอนที่เล่นเพลง Touchเป็นจังหวะที่พระอาทิตย์ตกพอดี

วงต่อไปเพื่อนเราอยากลองดู THE SUGARHILL GANG เก่าๆหน่อย เราไม่รู้จัก ฟังอยู่สองสามเพลง แต่พอโชว์ต่อไปเนี่ยตัดสินใจลำบากหน่อยเพราะเวลาของ FOALS ชนกับ CRYSTAL CASTLES แต่แก็งค์เราอยากดู CRYSTAL CASTLES มากกว่า เลยดู FOALS ประมาณ 20 นาทีได้ ทันดูฟัง Mountain at My Gates แค่นี้เราก็ฟินและ เลยไปต่อ จริงๆเราไม่รู้จัก CRYSTAL CASTLES เวทีอยู่สุดอีกฝั่งหนึ่ง พอเดินไปเกือบถึงเริ่มได้ยินเสียงเพลงมาแต่ไกลและ เราแบบใช่เลย! นี้มันแนวดนตรีเราชัดๆ upbeat electronic หน่อย ฟังแล้วลอยๆ พอดีข้างในฮอล์คนเต็มแน่น เพื่อนๆเราเลยยืนอยู่ข้างๆฟุตบาท ตรงกลางเป็นโคลนที่ไม่ค่อยมีคนกล้าไปเต้น แต่เพลงมันพาเราไปแล้ว จะให้เต้นติ๋มๆบทฟุตบาทแคบๆได้ไง เราไม่แคร์แล้วโคลนก็โคลน ขอ spaceเยอะไว้ก่อน เลยได้เพื่อนใหม่ที่ลุยโคลนด้วยกันที่นั่น เป็นโมเม้นท์ที่เราเหมือนหลุดไปอีกโลกจริงๆ เราไม่เคยรู้สึกว่าร่างกายมันขยับได้เองไปพร้อมๆกับเสียงดนตรีขนาดนี้ เป็นชั่วโมงที่ผ่านไปเร็วที่สุด

เผลออีกทีเราทำเพื่อนกลุ่มตัวเองหายไปหมดเลย ก็เลยต้อง tag along กับเพื่อนใหม่ไปดู headliner อย่าง THE CHEMICAL BROTHERS เราอยู่กลางพอดี เริ่มด้วยเพลงฮิตอย่าง Hey Boy Hey Girl เอาจริงเราไม่ได้คาดหวังมากกับโชว์นี้เลย แต่โคดดี!! เป็นหนึ่งในท็อปโชว์ของเราสัปดาห์นี้เลย เล่นเอาเราเต้นไม่หยุดสองชั่วโมงได้ ที่ประทับใจสุดๆคือ visual โคดแปลก พิสดารแบบอธิบายไม่ถูกจริงๆ แถมยังมีหุ่นยนต์ยักษ์ปล่อยแสง และลูกบอลใหญ่ปล่อยทั่วเวที

 

 

เป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายในความทรงจำ วันนี้กับเมื่อวานเป็นอะไรที่ต่างกันมาก แต่เราว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ attitude แล้วแต่เราเลยว่าจะคิดว่ามองหนังเรื่องนี้ในแง่ไหน อีกอย่างที่สำคัญมากคือผู้คนที่เราพบระหว่างทาง ทำให้เราเกิดเรื่องราวดีดีมากมายในทริปนี้ ทุกคนที่ผ่านมาทำให้ทริปเราน่าจดจำและมีคุณค่าขึ้น เราถึง addictการเดินทาง ยิ่งท่องเที่ยวมากก็ยิ่งทำให้เราเปิดใจกับโลกมากขึ้น เรามีความสุขง่ายขึ้น และไม่ใส่ใจกับเรื่องราวที่ไม่น่าจดจำ ทำให้เราเป็นคนง่ายๆ go with the flow จบทริปนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีดีของปี 2016นี้ อยากจะตะโกนดังๆไปหาทุกคนที่เราเจอสัปดาห์นี้ว่า ขอบคุณ!!! จะมีสักกี่วันในหนึ่งปีที่เรารู้สึกแบบนี้ แล้วเจอกันใหม่ใน adventure หน้า!

Outfit Day1: Lalalove

Outfit Day2: Missmystmist

We walked all the way to the end of the pier side. On the way, we passed the gigantic kraken stage called Acorn where their tentacles were moving up and down. This stage was family-friendly show and more chill music at night.

Next to Acron was a craft market and park where people chill, picnic to the view of the bay. The most exciting thing this side for me was the Silent Disco located right by the beautiful bay. I mentioned about this many time in my previous festival blog, it’s the music free venue where you dance in your headphone! Look so much fun but the line was too long to handle so we’d rather save it for later.

 

Last tiny stage was KEF where perform electric range of music that always surprised me! I finished the quick tour and walked up to the FWD stage. We stumbled across an interesting band called BADBADGOOD. Their music was something I never heard before jazz/electronic. It blended so well together. This is what I love about festival, you always find something unexpected! And my first night ended with the band I’ve been waiting for SIGUR RÓS. It was one of the most emotional and saddest sound that I’ve heard. Honestly I don’t understand a word from the lyric, but his Icelandic band could easily touch my heart (in the good way LOL). I got chilled every time listen to them. And to listen to them in scene of tall skyscraper behind was something.

The first night ended around 10:30PM it was way too soon than we expected that’s why we hit Lan Kwai Fong next. We went bar hopping around, I remember the night ended with me trying to dance with security guard on the way back home, it was a first warm up night well spent!

We restarted the second day around noon. I put on makeup and what really helped my eyes pop was the natural contact lens by JOHNSON AND JOHNSON. Yesterday I was surprised how the contact lens manage to keep my eye bright and refreshing the entire day. Normally after a long day my eyes would feel so dry, but yesterday I total forget that I was wearing the contact lens.

 

After a nice brunch in Central, he headed to the festival. Just so you know that drinking in the festival was quite expensive, so better pre-drink before coming here. We bought some liquor at 7/11 and pre-drank along the way to festival. Today I came with my Lalalove rainbow pajama that was a little too colorful here, so I got many people off guard. It was so much fun to wear something out of the world in the festival. 

Not soon after we passed the festival ground, the storm hit… we struck there for a while and prayed that the rain to stop soon, but according to the weather forecast the weather would be like this the entire day. So we decided to move to indoor stage, Electiq. This stage was new to me, we didn’t visit yesterday. It was a good hideaway spot, JEREMY CHEUNG was performing. It was pretty fun to warm up with deep house electronic music, we were dancing and at the same time waited for the rain would stop soon. 

Until around 4PM, JOSE GONZALEZ show was almost over, so we decided to go ALL IN! I think we were super lucky to catch him up for the best song, Heartbeats. His mellow voice was total blew away bad weather. I forget that it was raining so hard for a while. His music calmed everyone down in the hard pouring rain.

 

We managed to make two tall Aussie mates at the tent while waiting for LONDON GRAMMAR together. The rain continued to pour so hard. By the time, it was super windy and cold, I was soaked with rain in my little thin raincoat. I couldn’t see anything because people were holding umbrella, so the tall Aussie mates were kind enough to give me a shoulder ride to the top. The moment I was up there was just magic…. I was liberated, it’s like you’re flying in the rain. I saw tons of umbrella, it was exact moment when they played my favorite track, Strong. That moment everything stopped, I just dropped the bad feeling of the rain and just had fun with it.

 

Although we really wanted to catch Blood Orange and M.I.A. but couldn’t stand the cold and rain anymore so we decided to go back home and showered. We went out again that night. It was LGBT pride day, it was really interesting party but couldn’t stay for too long, then we hopped to another bar that played track from the 90’s and below. It was sooo much fun.

That night we got back around 4AM. It was a long tiring day. I went through rain, dust, wind, and was up for more than 20 hours but strangely my eyes didn’t seem so tired yet. I was trying on a new daily color contact lens from JOHNSON AND JOHNSON this entire trip. Normally my eyes always had a problem with the color contact lens, it would become agitated if the dusk or wind get into, but this one I was very impressed by its performance to keep my eyes clear and fresh all day long! No Joke! I really love it! And the best thing is how natural it looks, no one could tell that I was wearing a color contact lens, it blends in with my eyes so well. So if any of you would like to try it for yourself, please link to this to get FREE sample to try for yourself.

Last day we woke up and felt good about sunny day outside. I never felt so good to see the sun. We got to the festival around noon. It was a bipolar weekend. Yesterday was a storming hard but today we were stroked with sun! I love this whitewashed flared pant from Missmystmist, it’s my favorite slim fit vintage piece.

Today I realized that Clockenflap was such a family-oriented festival. Many family took little children here to hang out in the park watching concert, some was on daddy’s shoulder dancing with earmuff.

The first show of that day was LUCY ROSE around 3PM, her voice reminded me of lonely autumn, nostalgic feeling. Next show was SHURA, she will be at Wonderfruit 2017 too! I’m not a big fan, but I must say I really enjoyed the show especially the song, Touch she played it right when the sun was about to set.

The night was still young, we went to see the oldie band, THE SUGARHILL GANG for a bit. It wasn’t my style so we left after few songs. Next FOALS crashed with CRYSTAL CASTLES, my group preferred seeing Crystal Castles more so we stayed only 20 minutes but just in time to listen to the song that I want like Mountain at My Gates. CRYSTAL CASTLES was at KEF stage, it’s something I’ve never heard before. As soon as I approaching the venue, I knew right away that this is my kind of music!! The hall was packed so my friend stayed by the right side on the sidewalk. There was a big muddy field between the sidewalk and the hall. The music was enticing me to jump on the muddy field so I did! And there, when I met my new festival pal. CRYSTAL CASTLES literally took me away, I never felt so natural in my movement before. It was such a special and satisfying moment for me and ended way too soon. The next thing I knew I already lost my team, so I tagged along with new friend I found in Crystal Castles.

And here come the show that everyone was waiting for, THE CHEMICAL BROTHERS. I kicked off with the hit single like “Hey Boy Hey Girl” I didn’t expect anything from this show at all to be honest, but the performance blew me away!! I was literally dancing none stop for two hours!! The visual was so sick! Don’t know how to describe, it’s the visual that you don’t expect at all. 

 

The whole weekend was so fulfilling have been through extreme hot and cold weather, it reminded me that no matter how good or bad the day is, it’s all about the attitude to take it as good or bad. And I feel so grateful for all the people I met along my way. They made my journey worthwhile. I travel more to open up my heart and view the world in the better perspective. I want to shout out loud to everyone I met this weekend “Thank you for such amazing weekend, can’t wait for the next adventure!”

 

Outfit Day1: Lalalove

Outfit Day2: Missmystmist