16.03.17

ALL ABOUT WONDERFRUIT (LIVE.LOVE.WONDER)

Vlog

                                                                                                                wonderfruit

ชีวิตเราก็เปรียบเสมือนถนนทอดยาว ไม่รู้ว่าจะเจออะไรอยู่ข้างหน้า การไปงานเทศกาล Wonderfruitในปีนี้ เราไม่ได้ตั้งความหวังกับอะไรเลย แต่กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่รู้สึกอินสไปร์ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับเรา เราเรียนรู้อะไรหลายอย่างที่เคยมองข้าม บางอย่างที่ลึกลงไปกว่าชั้นพื้นผิว สิ่งที่ตาไม่สามารถมองเห็นได้ แต่สัมผัสได้ด้วยใจ ถ้าเราเปิดใจให้กว้างพอ และนี้แหละคือความพิเศษที่ Wonderfruit พาคนเข้าหากัน และเชื่อมทุกคนเข้าไปดนตรีและงานศิลปะ พอจบจากงานเรานึกถึงสโลแกนของ Wonderfruit ถึงกับตาสว่างร้องอ๋อออกมากับความหมายของ LIVE.LOVE.WONDER. ทุกๆคำได้ตอกย้ำประสบการณ์ในงานนี้

Life is a long road full of surprises. Going to Wonderfruit this year with zero expectation, turned out to be one of the most inspiring weekends I had. I learned so much about the world. To my surprise, sometimes it goes beyond the surface level; we can’t see it with our eyes, but we feel it, if we allow our heart to open up to the world. This is a magic that Wonderfruit bring people to people and connect them to music, art in one place. At the end of the weekend, we know by our heart the meaning behind LIVE.LOVE.WONDER. This is what Wonderfruit is all about.


wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit 
wonderfruit

LOCATION: WONDERFRUIT

LIVE

บางทีก็แอบสงสัยกับตัวเองว่าทำไมการใช้ชีวิตไม่กี่วันที่นี่ถึงรู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากกว่าชีวิตจริงข้างนอก เป็นสถานที่ที่เราเป็นตัวเองได้เต็มที่ รู้สึกเอาจิตวิญญาณตอนเป็นเด็กกลับออกมาโลดเล่นอีกครั้ง สนามทั้งอันกลายเป็นเหมือนสนามเด็กเล่นที่เราวิ่งเล่น และปีนป่ายได้ทั่ว ตั้งแต่รถหมอลำ เราชอบปีนขึ้นมานั่งชิวชมวิวบนนี้กับเพื่อนๆ จุดนี้แหละเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และตกที่ดีที่สุด จุดที่มองเห็นทั้งงาน และดื่มด่ำบรรยากาศที่หาข้างนอกไม่ได้

 

วิวนี้แหละที่อยู่ตรงข้าม Solar Stage เป๊ะ ถือว่าเป็นเวทีใหม่ปีนี้ที่กลายเป็นเวทีโปรดของเรา ทางผู้จัดถึงกับเชิญ Gregg Fleishman อัจฉริยะที่อยู่เบื้องหลังผลงานยิ่งใหญ่มากมายในงาน Burning Man เวทีนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Otic Oasis Stage ในงาน Burning Manปี 2012

 

เป็นเวทีที่คนสามารถปีนขึ้นไปนั่งเล่นในลูกบาศก์แต่ละอันได้ ในนั้นคล้ายกับห้องมากมีทั้งหมอนและหลายๆคนชอบไปนอนเล่นกัน อากาศข้างบนนี้ก็เย็นทั้งกลางวันจนถึงกลางคืน ความเป็นเอกลักษณ์ของเวทีนี้คือ เป็นเวทีรูปทรงเรขาคณิตที่ประกอบกันโดยไร้ตะปู หรือน็อตยึด แต่ละรูปทรงเชื่อมกันเองได้อย่างลงล็อค เหมือนที่สถานที่นี้สามารถเชื่อมทุกคนเข้าหากันได้อย่างลงตัว เวทีนี้เปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของคนในงานที่ทุกคนมารวมตัวกัน ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่ดีที่สุด แถมข้างล่างยังเป็นซุ้มดีเจเทคโนที่มีปาร์ตี้ซีนตลอดเวลา ขณะที่เราเต้นนั้นถ้าเราลองเปิดใจดู เราสามารถรับพลังงานจากพระอาทิตย์ และเสียงเพลงที่แพร่ทั่วในอากาศ ร่างกายเราจะตอบสนองกับพลังงานเหล่านี้โดยอัตโนมัติ และเคลื่อนไหวไปตามจังหวะของเพลงอย่างเป็นธรรมชาติตามโฟลของพลังงาน เราว่าไม่มีชื่อไหนเหมาะไปกว่า Solar Stage

 


  

Wonderfruit เป็นที่ที่เราดึงความเป็นตัวเองออกมาได้เต็มที่ เริ่มจากการแต่งตัว เราจะแต่งตัวเต็มขนาดไหนก็ได้ ไม่มีใครว่าอะไร เรารู้สึกได้รับแรงบันดาลใจจากความคิดสร้างสรรค์ของหลายๆคนที่พกมาในงานนี้เช่นที่งานเราเจอดีไซเนอร์เสื้อผ้าเฟสติวัลจากนิวยอร์กที่กลายมาเป็นเพื่อนที่น่ารักตอนหลัง Fringe & Epaulette เป็นแบรนด์ชุดกิโมโนที่ใส่แล้วเพิ่มพลังได้ เสื้อผ้าที่ดีควรเสริมตัวตนของเรา กิโมโนตัวนี้ไม่ว่าเราจะเต้น หรือใส่เดินไปไหน กิโมโนคล้อยตามจังหวะของร่างกายเหมือนผลงานศิลปะที่เคลื่อนที่ นี้คือสิ่งที่เราหลงใหลเกี่ยวกับเสื้อผ้า และแฟชั่น

 

และถ้าใครไม่ได้เตรียมตัวมางานแล้วละก็ ลองมาเดิน Taste of Wonder สักรอบ รับรองว่าได้ makeover กันแน่นอน ที่จริงเรามาด้วยชุดลายปักสีสดจากร้าน Wansuda

 

แต่การเดินในนี้เพียงรอบเดียวทำให้เราได้เสื้อผ้ามา completeลุคนี้ ทั้ง blazer และหมวกลายกวนๆของร้าน Wondercapetown ทำให้ลุคนี้เข้ากันอย่างลงตัว

 

 

ถ้าใครกำลังหาเสื้อกิโมโนสักตัว ที่นี่เป็นสวรรค์เลย Taste of Wonder กลายเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของเรา

 

อีกที่ที่เป็นตัวเติมเต็มเมจิคในวันก็คือ Wonder Salon ที่นี่เป็นบูทเสริมสวยที่มีทุกอย่าง! ตั้งแต่ถักเปีย เพ้นท์เฮนน่า เพ้นท์หน้า/ตัว หรือเมคอัพ ต้องขอขอบคุณวาว เพื่อนเราที่ช่วยสร้างลุคนี้ให้ที่ NXY 

(Dress: Wansuda)

 

LOVE

มีใครเชื่อเรื่อง Law of attraction บ้างไหม Wonderfruitเป็นข้อพิสูนจ์ของทฤษฎีนี้ วันแรกที่เรามาถึง เราตื่นเต้นมากๆ! วันนั้นพึ่งทำผม crowrowsมาใหม่ ใส่เสื้อผ้าแบบโบโฮเดินยิ้มแฉ่งทั่วงานเดินดูงานโดยรอบ เชื่อไหมเกิดไรขึ้น เราเห็นรอยยิ้มที่สดใสที่สุดเดินเข้ามาหาเราจากไกล เธอเป็นคนที่ดูมีเอกลักษณ์มากที่สุดที่เราเคยเจอ แอริสเป็นสไตลิสมาจากเบลเยี่ยมแต่อยู่ที่ไทย พวกเราพอมองเห็นกันแล้ว อยู่ๆก็เดินหากันโดยไม่ได้นัดหมายเหมือนพลังที่ดึงดูดเข้าหากัน สักพักกลุ่มนั่นก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

Your vibe attracts your tribe

พลังงานบวกเป็นสิ่งที่แพร่กระจาย สัมผัสได้ และมันจะยิ่งดึงพลังบวกในตัวทุกคนออกมา เหมือนเวลาเรายิ้มให้ใครแล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มกลับ สัปดาห์นั้นเป็นความโชคดีมากที่ได้เจอเพื่อนที่มาจากซีกโลก Jin เป็นนักเต้นที่พลิ้วไหวที่สุดคนหนึ่งที่เราเคยเจอจากนิวยอร์ก

 

Shuan ทำงานเป็นที่ปรึกษาที่ซานฟราน และงาน part timeเป็นนักพ่นไฟที่งานเฟสติวัล

 

Yoshi ดีไซเนอร์เสื้อผ้าเฟสติวัลที่น่ารัก

 

Gilles ช่างกล้องอารมณ์ดีที่ถ่ายภาพให้พวกเรามากมายในทริปนี้ แถมยังทำวิดีโอให้ตัวบนนี้ให้

Pavel จบที่ UC Berkeleyเหมือนเรา แต่อยู่ไทยมานานเท่าอายุเราเลย (24ปี!)

 

รู้สึกโชคดีมากที่พลังงานพวกเราจูนเข้ากันพอดีที่งาน เหมือนถ่ายทอดพลังงานให้กันไปมา และยิ่งทำให้ระดับพลังงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกตะลุย Wonderfruitถึงเช้า และได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตที่ Solar Stage เรารู้สึกเหลือเชื่อกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ ที่นี้ และแปลกใจว่าทำไมคนถึงเชื่อมเข้าหากันได้ง่ายขนาดนี้ เรามาที่นี่กับเพื่อนไม่กี่คน แต่กลับได้ connectกับเพื่อนคูลๆมากมายจากทั่วโลก บางทีสิ่งมหัศจรรย์แบบนี้ก็เกิดขึ้นได้ ถ้าเราเปิดรับมัน

 

มางาน Wonderfruitทั้งที ถ้าไม่พูดถึงศิลปะและดนตรีได้ไง Wonderfruitเป็นงานที่เดินไปซอกมุมไหน ก็เหมือนหลุดออกมาจากหนัง ทั้งเวที เต็นท์ชิว art installation เอาจริง ทุกๆที่เลย!

 

เพื่อนๆคงคิดว่าทุกอย่างที่นี่จบลงตอนเที่ยงคืน แต่ที่จริงแล้วทุกอย่างพึ่งเริ่มขึ้นจริงๆหลังเที่ยงคืนต่างหาก ตอนกลางคืนทุกอย่างที่นี่มีชีวิตชีวาถูกประดับไปด้วยไฟมากมาย มีเวทีลับหนึ่งที่ไม่มีในแผนที่ เราต้องเดินออกไปนอกงานสักสิบนาที เป็นเวทีลับที่อยู่กลางป่า เวทีที่ถูกล้อมด้วยกิ่งไม้ใบไม้สูง แถมยังถูกเลเซอร์จากด้านล่างทำให้ใบไม้ระยิบระยับเหมือนเพชรบนท้องฟ้า

 

สำหรับดนตรีแล้วเราตื่นเต้นมากที่ได้ดูศิลปินรุ่นใหญ่อย่าง Young Fathers, Rudimentals และ Lianne La Havas แต่เราแปลกใจมากที่ได้มาเจอศิลปินที่เจ๋งๆอีกมากมายเช่น Jess Connelly กับเสียงอันนุ่มลึกสไตล์ contemporary R&B Yokoo ดีเจ deep houseเซ็ตแรกเล่นรับอรุณที่ Solar Stage Noxro ดีเจ underground ไทยที่ทำให้เราขยับไม่หยุดที่ Forbidden Fruit และที่สำคัญเวทีพวกนี้บรรยกาศมันกันเองมาก ขนาดรู้สึกว่าศิลปินยืนร้องเพลงข้างๆกันให้เราฟังเลย ไม่มีรั้ว หรือยามกั้น

 

WONDER 

เรารู้สึกคิด และแปลกใจกับอะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ เช่นทำไมคนถึง connectกันง่ายมากที่นี่ เรายกตัวอย่าง คราสโยคะหนึ่งที่เราเข้า sexy ninja and Jedi ที่สอนโดยจอย เป็นคลาสที่สื่อสารเพียงทางเดียว แต่เสียงของจอยสามารถแทรกผ่านทุกอย่างและเชื่อมเข้ามาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

 

 

สุดท้ายแล้วทุกๆสิ่งที่ Wonderfruitทำไป มันกลับมาเป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกคนเราที่มีต่อโลกมนุษย์ เราชื่นชมผู้จัดงานมากๆในเรื่องการยึดมั่นการพัฒนาที่ยั่งยืนตั้งแต่ การใช้วัสดุรีไซเคิลในการสร้างเวที งานศิลปะต่างๆในงาน ไม่ใช้พลาสติกในงาน รณรงค์ให้ใช้จักรยาน และสนับสนุนป่าสงวนที่อินโดนีเซีย เป็นงานที่เดินกลับบ้านแล้วรู้สึกฟีลกู้ดมากๆ

 

นี่ก็ผ่านมาจะเดือนแล้ว แต่ยังคิดถึงหลายๆโมเม้นท์ และเสน่ห์ที่ Wonderfruitได้สร้างไว้กับทุกคน ทุกคนที่ไปงานมารู้สึกเหมือนๆกันอย่างคือ Positive transformation เป็นสุดสัปดาห์ที่เราได้ดึงจิตวิญญาณความเป็นเด็กออกมาอีกครั้ง อยู่กับโมเม้นท์จริงๆและปล่อยทุกอย่างให้เกิดขึ้นตาม flow เรารู้สึกเกิดแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตจากการเสพศิลปะ ดนตรี รวบถึงความอ่อนโยน และความรักของคนในงาน เราชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน สิ่งเล็กๆที่เรามองข้ามในตัวเอง แต่คนอื่นมองเห็นในตัวเรา ทำให้เรารู้ถึงศักยภาพในตัวเอง และเติบโตยิ่งขึ้น เราอยากให้ชีวิตจริงเราสามารถ connectกันได้ง่ายขนาดนี้ สำหรับใครที่พลาดไม่ได้ไปครั้งนี้ ไม่ต้องเสียดายไปสิ้นปีมีอีกครั้ง! อยากให้ได้ลองเป็นส่วนหนึ่งในประสบการณ์แบบนี้ดูครั้งหนึ่งในชีวิต ใครที่พร้อมแล้วซื้อบัตร early birdได้ที่นี่

แต่สำหรับใครที่อยากชิวสุดสัปดาห์นี้เลยช่วง 18-19มีนา มาเจอกันได้ที่งาน Kalour in the Park อยู่ห่างจากใจกลางกรุงเทพไม่ถึงชั่วโมง Kalour in the Parkก็เป็นงาน house/techno ชั้นแนวหน้าของไทยที่จัดมาหลายปีแล้ว แต่ปีนี้จัดใหญ่กว่าทุกครั้ง มีด้วยกันสามเวที พร้อมกับพาดีเจเทคโนชั้นแนวหน้าอย่าง Wankelmut, Adana Twins, Tube & Berger, Animal Trainer, Nakadia และ Coran วงอิเล็กโทรน้องใหม่มาแรงอย่าง X0809ก็มาด้วย เวทีท่ามกลางธรรมชาติ ทะเลสาบ ให้ทุกคนได้นั่งชิวริมน้ำฟังเพลงเพราะๆ มา count downให้ถึง weekendนี้กันเลยดีกว่า! ใครที่ยังไม่มีบัตรหาซื้อได้ที่นี่

  

 

Main Videograoher & Photographer: Just like Yesteday

2ndVideograoher & Photographer: GBK.Photos 

3rd Videographer: ANONG

Courtesy photo: Exithamster, ACTIONVIP

Bohemian Dresses: https://www.facebook.com/shopwansuda/

Pakaoma Dress: Lalalove

Hat & Blazer: Wondercaptown

LIVE

Life living in the field is somewhat more natural than a real world. It’s the place I can bring out my inner child. Everything in this field is like a giant playground for me. I feel like a child and want to climb on everything. From Molam bus, I love to climb to very top and chill there feeling the great vibe. There you found one of the best sunset spots and see Wonderfruit from the bird's-eye view.

 

From here I can see my all time favorite stage, Solar Stage. It’s the new stage this year curated by famous Gregg Fleishman, who did many amazing creations at Burning Man. Inspired from Otic Oasis Stage in Burning man 2012

 

 

People can climb up to all the way to the top and hang out in little cube space, there are pillows in each cube that allow us to hangout day to night. The weather up here is always cool. The uniqueness of Solar Stage is its geometry panel system that glues together without any screws or nails. Each piece of wood just connects each other perfectly on its own, the very same way it connects people together with great vibe and music. 

It’s the perfect spot to see sunset and sunrise and you absorb the energy of the sun while music was vibing out, your body react automatically to the song, it resonated naturally with the flow. I couldn’t think of the better name than Solar Stage.


 

In the field, we can express yourself freely everywhere. Starting from what we can wear, here we can be anything! We can put as many flowers in your body and no one would judge. I was surprised by the level of creativity people bring into the field. I met aspiring festival gear designer from New York who turned out to be a great friend at the end. Fringe & Epaulette who creates kimono that empowering people. Kimono that flows on our body is like a moving art. It was an awesome experience to fly around the festival field on this kimono. Roaming, swaying and dancing with it creates memorizing movement.

 

And even if you came unprepared, Taste of Wonder is a perfect place to transform. I came in with this amazing vibrant embroidered top from Wansuda

 

 

But walking in Taste of Wonder, I got this quirky blazer and hat from Wondercapetown which completed my look. 

 

Tons of cool Kimonos to hunt and own it. This place has become my little sanctuary I need to stop by every day. 

 

Another place to add a little magic to your day is Wonder Salon, ranging from hair braid, henna, face paint, body paint, and makeup. Thanks for my very good friend, Wow who gave me geometrical tribal makeup transformation at Nyx

 

(Dress: Wansuda)

 

LOVE

 Do you believe in the law of attraction? Wonderfruit is the proof of this theory. The first day I arrived at the festival, I was so excited about the event. I’m stroked with a smile walking in my new pink crowrows. And guess what happened next minute later, I saw the brightest beaming smile walking toward me. She’s one of the most unique souls I’ve ever seen, Aris! She’s stylist from Belgium. We were just drawn to each other, two positive souls. And later on more people joined the force.

Your vibe attracts your tribe

The positive energy was contagious and drew more positive energy in. I was blessed to meet amazing friends that weekend from totally different part of the world. Jin, talented dancer, a performer from NYC. 

Shuang, a smart consultant from SF, and part-time dragon festival girl (vice versa).

 

Yoshi, a sweet festival designer from Fringe & Epaulette.

 

Gilles, humorous and brilliant French photographer who made this video and took many of photos for us.

And Pavel, UC Berkeley alumni who lives in Bangkok as long as my age, 24 years!

I was blessed to bond with them during the festival. Our energy just keeps escalating each other. We stayed up and watched the most beautiful glorious sunrise together at Solar Stage. It was crazy how easily people connected here. I came with few friends to Wonderfruit and ended up meeting so many cool, and unique people from all around the world. It was crazy how universe did some magic to you if we open your heart to it.

 

 

Speaking of the power of human connection is immerse here but I could not go on not talking about music and art. Wonderfruit cherishes both art and music. Everywhere I walked in Wonderfruit is like a movie scene. Stages, recreational space, art installation, boutique, literally everywhere.

Just when you think everything is over by midnight, but the truth is the night just started. The highlight yet to come at night when everything was lit. One of my favorite stages was Quarry. It’s the secret stage that opened after midnight, 10-minute walk from the venue. It’s the stage that literally in the forest, the dance floor covered with branches of leaves in the sky. The laser was reflected on the leaves and made it sparkle like a diamond.  

 

It was amazing to see world class artists like Young Fathers, Rudimentals, and Lianne La Havas. But it was a nice surprise to discover out many great talents like Jess Connelly, mellow contemporary R&B style, Yokoo, deep house DJ who vibing at sunrise spot at Solar Stage, and Noxro, mysterious underground who kept me moving across dance floor in Forbidden Fruit. Here I felt so close with the artist like they really perform for us, no big fence or security guard. 

 

WONDER Weekend in Wonderfruit is an eye-opening experience for me. It’s the weekend I stopped thinking about the outside world and focused on here and now. I wonder how easily the human connect in this field. Even in Yoga session, sexy ninja and Jedi that instructed by Joy Kimono. It was one way communication class, but her voice and way of talk flew right to your mind.

 

And after all, it is all about giving back to society. I admire Wonderfruit’s strong commitment to sustainability that they integrate to all the lifestyle on the site. From recycled material art installation, no plastic usage, bicycle endorsement, and supporting for the greater cause like preservation in Rimba Raya Biodiversitt Reserve in Indonesia. 

 

 

It’s been almost a month, but I still kept on wondering the magic that Wonderfruit did to all of us. Everyone that I met seems to go through the same thing. Positive transformation. It’s the weekend that brought out my inner child self. Live the moment and trust the flow. I felt truly inspired by art, music, people’s aesthetic, kindness, and love. We appreciate each other’s strength and uniqueness, and that made me realize my own potential and grew as a peson. I wish the ease of connecting like this existed in the real world. For those of you who miss going this time, there is another one coming in December this year, but secure your early bird ticket now HERE

 For those who are up for some great vibe this weekend during 18-19 March, I recommend Kalour in the Park! Located less than an hour from Bangkok at Thai Wake Park. Kalour in the Park always the forefront on bringing house/ techno music scene in Thailand. This year they’re making it bigger than ever! Bringing on board German deep house producer, Wankelmut, Adana Twins, Tube & Berger, Animal Trainer, Nakadia, X0809, and Coran. It’s perfect weekend getaway with your best friends relaxing by the lakeside and chilling to a cool jam! Two-day festival passes are now available at the festival’s website.

  

 

Main Videograoher & Photographer: Just like Yesteday

2ndVideograoher & Photographer: GBK.Photos 

3rd Videographer: ANONG

Courtesy photo: Exithamster, ACTIONVIP

Bohemian Dresses: https://www.facebook.com/shopwansuda/

Pakaoma Dress: Lalalove

Hat & Blazer: Wondercaptown